วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เรียนมหาวิทยาลัย(8)


จนกระทั่งตอนเย็นหมอว่าเชื้อมาเลเรียขึ้นสมองของหนิงแล้วและหนิงก็มีภาวะดื้อยา คงจะอยู่กับพวกเราได้อีกไม่นาน ผมมองไปที่เตียงคนไข้ หนิงนอนนิ่งอยู่ที่ปากมีท่อออกซิเจนใหญ่ เครื่องช่วยหายใจ ต่อกับเครื่องวัดหัวใจ ที่มีจังหวะขึ้นลงตามการหายใจ หนิงพูดหรือสื่อสารกับใครไม่ได้แล้ว น้ำตาของผมเริ่มซึมและทรุดนั่งอยู่หน้ากระจกบริเวณห้องไอซียู พร้อมกับเพื่อนที่ทราบข่าว ผมจำได้ว่าวันนี้เป็นวันที่เราจะเลี้ยงให้พี่บัณฑิต แต่ตอนนั้นมันไม่มีใจที่จะไปร่วมคแสดงความยินดีกับพี่เลย จนกระทั่งหนิงจากไปอย่างสงบ พี่กอล์ฟกับพี่มาวกลับไปเอาเสื้อผ้าของหนิงที่ชอบใส่เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่มาใส่ให้กับร่างกายที่ไร้ชีวิตของหนิง บุรุษพยาบาลลากเตียงที่มีผ้าขาวมัดศพของหนิงคลุมอยู่ เพื่อนำไปยังห้องดับจิต ผมและเพื่อนๆรุ่น13 ที่นั่งรออยู่หน้าห้องไอซียู ปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจกับการจากไปของเพื่อนผู้แสนดีคนนี้อย่างไม่มีวันกลับ พวกเราไปงานเผาศพหนิงที่อุดรธานีที่วัดโพธิสมภรณ์ ก่อนจะนำร่างของหนิงขึ้นเชิงตะกอน พวกเราร่วมกันร้องเพลงมาร์ชซีดี มาร์ชชนพ.และกาซะลอง ซึ่งเป็นเพลงเกี่ยวกับคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์และเป็นเพลงช้าที่เศร้ามากที่สุดในความรู้สึกของผม ก่อนที่จะนำร่างของหนิงเผาสู่เปลวไฟ ผมจำได้ไม่ลืมว่าหนิงแต่งกายด้วยชุดที่เขาชอบใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์และเสื้อกันหนาวสีเลือดหมูของพวกเราชาวซีดี 13 แม้ว่าร่างของหนิงจะมอดไหม้ไปพร้อมกับเปลวไฟที่สุดท้ายในชีวิตของมนุษย์ร่างกายต้องคืนสู่ดิน จากเลือดเนื้อกระดูกสู่ผงธุลี กลายเป็นเถ้าถ่าน แต่เชื่อเถอะว่าหนิงนางฟ้า จะยังอยู่ในใจของพวกเราเสมอ
“เรานักศึกษาพัฒนาชุมชนชื่อก้อง เกียรติผองภูมิใจและรักเกียติในนักพัฒนา ชีพของเรานั้นพลีได้เพื่อมวลประชา ใช้ปัญญาและความดีสมศักดิ์ศรีซีดีไทย งานเร่งทำไปให้ชาติไทยเจริญก้าวหน้า เรานั้นรู้ว่าการศึกษาประชาธิปไตย ความสมดุลยุติธรรมควบคู่กันไป รวมพลังและกายใจ มั่นคงไว้ในซีดี”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น