วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เริ่มจากห้องแถว(21)


งานวันเด็ก
ผมเปิดทีวี เพื่อดูคำขวัญวันเด็ก ผมคาดคะเนว่าปีนี้จะต้องมีการถามเพื่อชิงรางวัลในวันเด็กแน่ๆ เพราะปีที่แล้วผมชนะเลิศได้รางวัลในการตอบคำถาม ปีนี้ผมต้องเตรียมตัวให้ดี
ค่ายทหารกับครอบครัวทหารมีความผูกพันกันอย่างมาก ทุกปีจะมีการทำบุญตักบาตร มีการแจกทุนการศึกษาให้กับลูกของทหารซึ่งผมและน้องชายมักจะได้เป็นประจำ การจัดกิจกรรมวันปีใหม่ หรือวันเด็กที่เป็นวันที่เด็กๆในค่ายรอคอย  เพราะจะมีการจับฉลากเพื่อชิงรางวัลตั้งแต่ทอง เงิน จนถึงของเล่นชนิดต่างๆ
ศาลาประกายเพชรรุ่งโรจน์จะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมวันเด็กเสมอ ตอนเช้าจะมีการนำของเล่นออกมาวางบนโต๊ะ ของเล่นทั้งตุ๊กตา รถยนต์ ปืนเด็กเล่น ฟุตบอล ขนม ผมและน้องๆจะรอการเรียกชื่อเพื่ออออกมาจับสลากจนอายุเข้ามัธยมปลายเกิน 15 ปีมีบัตรก็จะไม่ได้จับสลาก ผมกับน้องมักจะไปร่วมงานประจำ ผมชอบที่จะเล่มเกมส์ต่างๆเพื่อเอารางวัล แข่งกินวิบากเหยียบลูกโป่ง ตอบคำถาม เก้าอี้ดนตรี จนกระทั่งร้องเพลงผมขึ้นไปร้องเพลงประจำ เช่นเต่าตัวลาย เพลงคีรีบูน หรือชมพู ฟรุ๊ตตี้ เพื่อเอารางวัล ตอนบ่ายก็จะมีรถทหารพาเด็กๆไปเที่ยวตามที่ต่างๆที่เขาจัดงาน เช่นกองบินยี่สิบสาม หรือที่ท่าเสด็จ จังหวัดหนองคาย ทุกครั้งค่ายจะจัดไปเที่ยวงานทุ่งศรีเมืองที่เป็นงานประจำจังหวัดในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีด้วย ผมและน้องชอบไปกระโดดหัว ซึ่งจะได้เหรียญและใบประกาศ รวมถึงไปเล่นม้าหมุน รถบั๊ม ยิงปืนให้ตุ๊กตาในกระจกสี่เหลี่ยมเต้น มีครั้งหนึ่งน้องผมเล่นมอตอไซค์จนตกไปหลังเวที พ่อแม่ผมตกใจมาก โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เวลาเรากลับเรามักจะซื้อหน้ากากยางผีมาใส่ หรือพวกมีด ขวาน ที่ทำจากไม้ จำได้ว่าช่วงนั้นละครจักรๆวงศ์ๆอย่างขวานฟ้าหน้าดำและสี่ยอดกุมารดังมากเราก็เอามาเล่นกัน บางครั้งเราก็ซื้อเครื่องบินโฟมเล็กๆมาเล่นกัน
ในช่วงหลังพวกผมเริ่มสนใจดูหนังในตัวเมือง ก็จะขอพ่อแม่เข้าไปในเมืองเพื่อดูหนังใหม่ๆ ซึ่งในช่วงวันเด็กจะมีการให้เด็กที่สูงน้อยกว่า 150 เซนติเมตรดูฟรี  หรือเสียค่าบัตรแค่ 10 บาท พวกผมจึงมักจะไปดูหนังในเมืองมากกว่าช่วงวันเด็ก มักไม่ได้ไปกับรถทหารเหมือนเมื่อก่อน และทั้งวันเราก็จะวนดูหนังกันจนถึงเย็นจึงกลับบ้าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น