วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เรียนมหาวิทยาลัย(3)


บริเวณหมู่บ้านตาดฟ้าไม่มีร้านค้า ถ้าจะซื้อของต้องลงไปที่บ้านดงสะคร่าน ผมเคยเดินลงไปหลายกิโลเมตรเพื่อซื้อขนม น้ำอัดลม ที่ไม่ได้กินมานานหลายเดือนหรือหาก๋วยเตี๋ยวกิน บางทีก็ลงมาโทรศัพท์บ้าง รถมอเตอร์ไซค์ที่มาขายกับข้าวก็เข้ามาอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เพราะมาลำบาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝนขึ้นมาไม่ได้เลย รถอาหารนี้เราเรียกว่ารถพุ่มพวง ที่จะมีขนม มีอาหารพวกหมู  ปลาหมึก ปลาทู ผัก ผลไม้และเครื่องปรุงอื่นๆมาขายในหมู่บ้าน มีบ่อยครั้งที่ผมซื้อสิ่งของเหล่านี้มาทำให้ครอบครัวที่ผมพักคือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกินเป็นประจำ
ตอนที่ผมเข้ามาอยู่ผู้ใหญ่น้อยบ้านดงสะคร่านพาผมขึ้นมาส่งที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตอนแรกผมรู้สึกเขินที่ต้องมาพักกับบ้านผู้ช่วยอย่างกระทันหันฉับพลัน โดยที่ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ประสานมาก่อน และผมเป็นผู้ชาย ลูกผู้ช่วยก็มีผู้หญิงที่กำลังเป็นสาว แต่โชคดีที่แกมีลูกผู้ชายกำลังเรียนม.ต้น อยู่ก็เลยทำให้ปัญหาตรงนี้ขจัดไปได้ แต่ก็ทำให้ผมอดเกรงใจและกลัวไม่ได้ว่าตัวเองจะสร้างภาระให้กับครอบครัวที่เราจะต้องอาศัยอยู่ด้วยเป็นเวลาสามเดือน แต่ก็โชคดีที่ผู้ช่วยก็ไม่รังเกียจและให้ผมอยู่ที่นี่ โดยมีผ้าห่มและผ้าปูให้ผมนอนที่ข้างนอกชาน เพราะห้องนอนแกมีแค่สองห้อง เป็นห้องของผู้ช่วยกับภรรยาและห้องลูกๆของแก สำหรับผมนอนที่ไหนก็ได้ไม่ใช่ปัญหา ขอให้มีที่ซุกหัวนอนก็พอ แค่นี้พวกขาก็ให้น้ำใจกับคนแปลกหน้าอย่างผมอย่างที่สุดแล้ว
ผมอยู่ที่นี่ผมได้ประสบการณ์ใหม่ๆเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เช่นกบภูเขาอ่อมใส่มะละกอ ผมช่วยครอบครัวผู้ช่วยฯเดือนละ 500 บาทสำหรับค่าอาหารการกินและที่พักอาศัยตอนแรกแกไม่ยอมรับแต่ผมขอให้แกรับไว้เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากจะตอบแทนแม้ว่ามันจะเล็กน้อยมากก็ตาม แกจึงรับไว้ เวลากินอาหารแกมักจะถามผมว่ากินได้ไหม อยากกินอะไรไหม แต่ผมก็บอกว่าผมมาเรียนรู้วิถีชีวิต กินอะไรก็ได้ กินแบบที่ที่นี่กินกันทุกวัน ไม่ต้องอะไรมากมาย มีกระรอกกินกระรอกที่ยิงมาได้จากป่า มีกบกินกบที่หามาได้จากลำธารหรือเถา พืชสีเขียวจากน้ำตกที่นำมาลาบกินได้ ซึ่งทำให้ผมรู้เรื่องพืชและอาหารการกินของที่นี่มาก รวมทั้งเรื่องของความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับป่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น