วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เรียนมหาวิทยาลัย(7)


เมื่อกลับไปที่มหาวิทยาลัย หนิงหายไปหลายวัน เพื่อนๆบอกผมว่า หนิงไม่สบายเป็นไข้หวัด เนื่องจากผมมาหาหนิงเพื่อจะทำตามสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวหนิงเป็นการตอบแทนที่ลงมาข้างล่างเป็นเพื่อนผมหลายกิโลเมตรเพื่อเอาจดหมายกลับไป แต่ก็ได้ข่าวร้ายว่า หนิงนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ หมอบอกว่าหนิงเป็นไข้ มาเลเรีย ผมกับปีโป้ไปเยี่ยมหนิงที่โรงพยาบาลผมยกมือไหว้แม่ของหนิง และแนะนำตัวว่าผมไปออกภาคสนามกับหนิง แม่ของหนิงถามผมว่าหนิงจะจบไหมเพราะป่วย ผมตอบแกกลับไปว่า จบแน่นอนแม่ ตอนนี้เหลือแค่การเขียนสารนิพนธ์ ถ้าหนิงหายก็จะกลับไปเขียนและส่งผ่านจบการศึกษาได้
ตอนนั้นหนิงนอนป่วย แต่ยังห่วงเพื่อน พร้อมทั้งชี้ให้ผมกินส้มเขียวหวานที่มีคนเอามาเยี่ยม ผมขอบคุณและบอกว่าหนิงควรจะกินเยอะนะเพราะหนิงป่วย หายเร็วๆ แล้วจะทำอย่างที่คุยกันไว้ ว่าต้องช่วยให้หนิงสวย หนิงยิ้มเล็กน้อยและบอกว่าตอนนี้กินน้ำหรืออะไรไม่ได้แสบคอไปหมด หนิงเล่าว่าตอนแรกนึกว่าเป็นหวัดธรรมดา สองสามวันอาการดีขึ้นนึกว่าไม่เป็นอะไรเลยสระผม เพื่ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ต่อมาอาการก็ทรุดลงก็เลยต้องมานอนที่โรงพยาบาล ผมบอกหนิงให้หายเร็วๆและจะมาเยี่ยมใหม่ ผมยกมือไหว้ลาแม่ของหนิงและกลับหอไปด้วยความวิตกเกี่ยวกับอาการของหนิงที่ดูไม่ค่อยดีนัก
จากนั้นไม่กี่วันก็ได้ยินว่าอาการหนิงทรุดหนัก มาเลเรียขึ้นสมอง และหนิงและต้องการยาฉีดควินินซึ่งโรงพยาบาลมีไม่พอเนื่องจากโรคนี้ไม่ค่อยมีคนเป็น รวมถึงเพื่อนคนอื่นๆที่ไปออกภาคสนามด้วยกัน เริ่มมีการติดเชื้อมาเลเรียและป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลกันโดยเฉพาะอ้อมช่าช่า และจิ๋ม ซึ่งผมต้องติดต่อพ่อแม่ของอ้อมช่าช่าบอกข่าวให้พวกท่านรู้ รวมถึงกรณีของหนิงที่หมอบอกว่าตอนนี้ยาที่มีในโรงพยาบาลกำลังจะหมดต้องไปหาซื้อที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ผมกับปีโป้รีบขับรถไปที่โรงพยาบาลเพื่อขอซื้อยามาฉีดให้หนิง ผมกับปีโป้ไม่รู้เราต้องเดินไปหลายแผนกและต้องให้แพทย์สั่งยานี้ซึ่งมีอยู่ไม่มาก ผมบอกเภสัชกรว่าขอความกรุณาขอซื้อยาชนิดนี้ด้วย เพราะเพื่อนผมกำลังป่วยหนักต้องการยานี้ จนได้มา 3 หลอด เพื่อให้หมอฉีดให้กับหนิง แม้รู้ว่าอาจจะสายไปเสียแล้ว...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น