วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เริ่มจากห้องแถว(4)


ส้วมซึม
สมัยที่ผมได้มีโอกาสไปที่บ้านเกิดของผมซึ่งเป็นบ้านของคุณแม่ สิ่งหนึ่งที่ดูจะมีปัญหากับผมมากที่สุดคือห้องน้ำ แม่ผมบอกว่า เมื่อก่อนไม่มีห้องน้ำก็ขี้ตามโคกตามป่า มีเสียมไปคนละอัน เอาใบไม้ใบหญ้าเช็ดตูด ต่อมามีอาสาสมัครสาธารณสุข เขามารณรงค์เรื่องพยาธิใบไม้ ไข่พยาธิทำใหัต้องขับถ่ายให้มิดชิดและจัดการให้สะอาดมากขึ้นถูกสุขลักษณะ
จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีส้วมซึม เพราะเขามีการสำรวจความจำเป็นพื้นฐานหรือจปฐ. ว่ามีโอ่งน้ำกิน มีส้วม กี่หลังคาเรือน สิ่งเหล่านี้คือดัชนีวัดความเจริญ ซึ่งสอดคล้องกับสโลแกนของนักพัฒนาชุมชนในช่วงนั้นว่า ปุ๋ย ปอ บ่อ ส้วม ประชุม สัมมนา เป็นวิธีการทำงานของกรมการพัฒนาชุมชนที่เป็นแบบแผน
ลักษะของส้วมซึมสมัยนั้นก็เป็นส้วมหินทรายหยาบวีแดงหม่น ไม่สวยงามเคลือบเงาเหมือนทุกวันนี้ เนื่องจากชาวบ้านที่นี่ยังคุ้นชินกับการถ่ายตามโคกตามป่า ส้วมในยุคแรกจึงตั้งอยู่ห่างจากบ้าน โดยใช้ไม้ไผ่สานขัดกันให้ถี่ๆไม่มีรูล้อมรอบส้วม เวลาจะถ่ายก็ต้องเอาถังน้ำเข้ามาด้วย เวลากลางคืนผมกลัวมาก เพราะบริเวณส้วมมืดมากต้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ทำจากกระป๋องนมมีไส้ตะเกียงสีขาวถือไปด้วย กลิ่นของน้ำมันก๊าดพุ่งออกมาพร้อมควันพวยสีดำ และแสงสว่างจ้าของตะเกียงสะท้อนเงาของผมกับผนังไม้ไผ่ รวมถึงเงาของต้นไผ่บริเวณนั้นที่ปลิวสยายกิ่งก้านใบไปตามลม เสียงลั่นเอียดของไม้ไผ่เสียดสีช่างดูน่ากลัว แต่นี่คือวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน ผมอดนึกถึงเรื่องเล่าของคนแก่ที่มักขู่เด็กและเล่าให้เด็กให้ฟังถึงดวงไฟที่ลอยบริเวณหนองแฝก หรือเรื่องผีเปรตที่วัดร้างเก่าของหมู่บ้าน ชวนให้ผมขนลุกชัน ไม่กล้าแม้จะเฉียดกลายเข้าไปในป่าแห่งนั้น สิ่งเหนือธรรมชาติจึงกลายเป็นตัวควบคุมพฤติกรรมของคนไปโดยปริยาย ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ผีพากันแตกกระเจิง ผีกลัวคน คนน่ากลัวกว่าผี และคนกลัวคนด้วยกันมากกว่า
จนกระทั่งในปัจจุบัน การปลูกสร้างส้วมจึงทำใกล้กับบริเวณบ้าน โดยสร้างให้อยู่ในบ้านหรือใกล้ห้องครัว เพื่อความสะดวกสบายเวลายามค่ำคืน และมีความมั่นคงถาวรมากขึ้น ทั้งวัสดุที่ใช้ทำห้องส้วมและสุขภัณฑ์ที่ใช้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น