วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เริ่มจากห้องแถว(7)


เก็บผักในค่าย
ในค่ายทหารมีต้นไม้ชนิดต่างๆที่กินได้จำนวนมาก ทั้งพุทราที่ออกมากในช่วงหน้าหนาว ด้วยความที่ค่ายทหารมีต้นพุทราจำนวนมาก ทั้งต้นใหญ่ต้นเล็ก รสชาติจึงมีความต่างกัน บางต้นก็เปรี้ยว บางต้นฝาด บางต้นก็หวานอมเปรี้ยว แต่ผมชอบลูกสุกสีน้ำตาลเข้า เพราะข้างในมันจะเหลวและรสชาติตะออกหวานปนเปรี้ยว นอกจากนี้ ยังมีพวกสะเดาซึ่งจะเกิดในหน้านี้เช่นเดียวกัน ใบมันจะร่วงเหลือเพียงดอก ต้นสะเดาแต่ละต้นก็รสชาติไม่เหมือนกัน บางต้นขม บางต้นจืด บางต้นหวาน พ่อผมมักจะเลือกเอาต้นที่ใหญ่ที่สดที่ปีนง่าย พ่อปีนขึ้นและเด็ดหย่อนลงมาข้างล่างเพื่อให้ผมเก็บ บางทีก็เอาไปค่ายให้กับครอบครัวทหารในค่าย บางทีก็เอามาทำอาหารกิน แน่นอนว่าจะต้องเป็นพวกปลาดุกย่าง กับน้ำปลาหวาน จิ้มสะเดา บางทีผมก็อดเป็นห่วงพ่อไม่ได้ที่ต้องปีนต้นสะเดาทั้งสูงทั้งร้อน แต่ท่านก็ไม่เคยบ่นเพราะท่านทำเพื่อครอบครัวเพื่อลูก
นอกจาก         สะเดาแล้วยังมีพืชชนิดอื่น เช่นหมากเขาควาย ลูกกระโดน ที่สามารถเอามากินกับน้ำพริก หรือเนินดินลูกรังสีแดงจะมีต้นไม้จำพวกแคป่าซึ่งมีลักษณะเป็นดอกสีขาวมีก้านยาวและตรงดอกจะบานออกเป็นหลายแฉก และไม้เลื้อยพวกตำลึงเกิดอยู่จำนวนมาก ผมชอบที่จะไปเก็บตำลึงและเอาดอกแคป่ามาลวกกินโดยเด็ดเอาแกนกลางซึ่งเป็นเกสรออก เพราะมีรสขมและเอาเฉพาะดอกมาลวกกินกับน้ำพริก
เวลาวิดปลามาเหนื่อยๆผมชอบมานั่งใต้ต้นปีป เพราะกิ่งก่นของต้นปีปบังแดดได้ดีทีเดียว บางครั้งมีลมเย็นพัดมา กระทบดอกสีขาวก้านยาวเล็กๆที่เรียกว่าดอกปีปหรือกาสะลอง ส่งกลิ่นหอมชื่นใจนัก ในบางทีผม น้องชาย พ่อและแม่คอแห้งหิวน้ำ เพราะน้ำที่เตรียมไปหมดในช่วงวิดปลาที่อากาศร้อนๆ ผม พ่อ แม่และน้องก็จะไปเก็บเอามะขามป้อมซึ่งมีลักษณะเป็นลูกสีเขียวขนาดเท่าลูกแก้วหรือเหรียญบาทสมัยก่อน ผลของมันจะกลมมันและมีขีดสีขาวอยู่รอบ ต้นมะขามป้อมมักจะเกิดอยู่มากตามริมห้วย หรือคลองที่มีหินลูกรังอยู่ ต้นมะขามป้อมเป็นต้นไม้ที่ทนมากแต่ก็ปลูกยาก รสชาติของมันจะฝาดๆเหมือนคมแต่กินไปแล้วจะออกหวานที่ลำคอทำให้ชุ่มคอ ซึ่งรสชาติของมันจะคล้ายๆกับผลสมอที่เกิดขึ้นมากในค่ายนี้เช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น