วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เริ่มจากห้องแถว(6.1)


ช่วงฤดูฝน ต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว ใบร่วงโรยจนหมดต้นในช่วงฤดูหนาว และล่วงสู่ฤดูแล้งในช่วงหน้าร้อน ต่อเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ต้นไม้ที่หลับใหลเริ่มตื่นขึ้นมาจากการสะกิดของหยาดน้ำฝนที่กระทบลำต้นและพื้นดิน ใบสีเขียวอ่อนของต้นเริ่มผลิใบใหม่ แตกใบอ่อนมา หญ้าสีเขียวเกิดขึ้นจากการปะพรมของหยาดน้ำฝน ชูก้านรับหยาดน้ำค้าง ใบสีเขียวอ่อนดึงดูดแมลงต่างๆให้เข้ามากินใบอ่อนที่กำลังแตกใบ โดยเฉพาะแมงอีนูน ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตัวเล็กจะมีสีน้ำตาลตัวไม่เท่านิ้วก้อย แต่ตัวใหญ่ขนาดเท่าหัวแม่มือสีดำขลับ
พระอาทิตย์ตกเย็น ผมปั่นจักรยานไปรอที่ต้นพุทราบริเวณคอกวัว รอตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่แมงอีนูนเริ่มตะกายขึ้นมาจากบินมาเกาะที่ต้นไม้ใบอ่อน ทั้งต้นพุทรา ต้นมะรุม และต้นมะขาม และรอคู่ของมันเข้ามาเกาะเพื่อผสมพันธุ์ เมื่อรอจนกระทั่งมันบินมาหมด  จนกิ่งแต่ละกิ่งเต็มไปด้วยแมงอีนูนเป็นคู่สีดำขลับตามก้านใบและเอนกิ่งลงมาเพราะน้ำหนักของแมงอีนูน ก็จะถึงเวลาที่จะต้องเขย่าต้นเพื่อให้แมงอีนูนตกลงมาเป็นคู่ๆ เพื่อรอให้ผมเก็บ ใส่ถุงหรือใส่ข้อง ถ้าดึกมากแมงอีนูนกินอิ่ม ผสมพันธุ์กันเสร็จจะแยกคู่ ต้องใช้ไฟ โดยการก่อไฟใต้ต้นไม้และเขย่าต้นให้แรง แมงอีนูนจะตกลงมา ตัวที่บินก็จะลงมาเล่นแสงไฟ ก็จะทำให้เราสามารถเก็บได้
เมื่อได้มาก็จะขังไว้ในข้องหรือคุถังเพื่อให้มันถ่ายใบไม้ที่กินออกมา เมื่อจะขายหรือกินก็จะนำมาล้างน้ำ เด็ดปีกเด็ดขาออก และล้างน้ำสะอาด แมงอีนูนที่ได้จะนำไปทอดกรอบใส่แป้งโกกิหรือ คั่วเกลือกินเฉยๆก็ได้ บางครั้งก็นำไปป่นหรือทำก้อยแมงอีนูน  ซึ่งแมงอีนูนที่ได้จะเป็นคนละชนิดกันกับที่ผมเคยไปขุดที่สกลนคร บางครั้งเรียกว่า แมงขนุนซึ่งตัวใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือ มีสีน้ำตาลเข้ม และการจับแมงอีนูนชนิดนี้ใช้วิธีการขุดใต้ต้นไม้
ด้วยลักษณะของค่ายทหารที่เคยเป็นทุ่งนา แม้ว่าจะมีการสร้างแคมป์ทหารอเมริกัน อยู่หลายตึกและทุบทิ้งหลังจากทหารอเมริกันจีไอถอนทัพกลับไปก็ทุบทำลายตึกต่างๆจนราบ รวมทั้งเรื่องเล่าเกี่ยวกับขุมทรัพย์ทหารอเมริกัน ของชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ว่าตอนกลางคืนก่อนที่ทหารอเมริกันจะกลับมีเสียงรถยนต์เครื่องจักรกำลังทำงานแล้วพวกเขาก็หายไป คาดว่าพวกรถยนต์ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆคงจะถูกฝังหรือกลบไว้ใต้ดินที่ไหนสักแห่งในบริเวณนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น