วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เริ่มจากห้องแถว(23)


การเล่นอังกะลุง
“โด เรโด เร มีโด โด ซีโดซีโดมีเร เรมีเรมีโด”เสียงท่อนโน้ตเพลงสรรเสริญพระบารมี รวมถึงเพลงชาติที่ผมท่อง เพื่อเอาไปฝึกซ้อมอังกะลุงกับเพื่อนๆในโรงเรียน  โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเล็กๆ ชื่อชุมชนโนนสูงน้ำคำ เป็นเรือนไม้สองชั้น ที่ทุกเช้าและเย็นผมต้องทำความสะอาดโดยใช้แว็กหรือซื้อน้ำมันก๊าซกับขี้ผึ้งมาต้ม เพื่อทำแว็ก โดยใช้กะลามะพร้าวผ่าครึ่งซีกเอาแว็กจำนวนหนึ่งแต้มที่กาบมะพร้าวแล้วถูพื้นไม้บริเวณอาคารเรียนให้มันขึ้นเงา ซึ่งผมจะสนุกมากเวลาขัดห้องเพราะพื้นจะเป็นแนวยาว เวลาขัดจะกดกะลาลงแล้วใช้มือไสไปตามพื้นกระดาน มันจะเลื่อนเหมือนเล่นสกี ผมทำทุกเช้าเย็นตามเวรที่ได้รับ
การเรียนในโรงเรียนสนุก มีกิจกรรมต่างๆเยอะ ทั้งไหว้ครู สวดมนต์ไหว้พระ มีการทำความสะอาดโรงเรียน รวมถึงการไปทัศนศึกษา กีฬาสีของโรงเรียน ผมเล่นกีฬาไม่เก่ง มีครั้งหนึ่งผมได้เล่นฟุตบอลและพ่อไปดูด้วย ผมเล่นตำแหน่งแบล็ค มีครั้งหนึ่งมีลูกโด่งโยนมา ผมใช้มือปัดบอลด้วยความตกใจ ทำให้ต้องเสียจุดโทษ ซึ่งเป็นความผิดของผม จากนั้นผมก็ไม่เล่นอีกเลย และมาเอาดีทางดนตรี ที่เรียกว่าอังกะลุงซึ่งผมเล่นโน๊ตโดกับเร ผมก็ต้องท่องโน้ตเพื่อจำช่วงที่ผมจะต้องเขย่าให้แม่นเพื่อให้ผสมกันเป็นเพลง โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเล็กๆไม่มีวงโยธวาธิต มีแค่กลองแต๊ก กลองใหญ่ ฉิ่ง ฉาบและอังกะลุง
ผมเป็นเด็กค่อนข้างเรียบร้อย ขี้อาย มีครั้งหนึ่งที่มีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงมาหาผมที่บ้าน ผมรีบวิ่งไปหลบที่ท่อน้ำและกลับมาช่วงเย็น พอกลับมาก็โดนพ่อแม่ว่าเสียมารยาท มีเพื่อนมาหากลับหลบหน้าวิ่งหนี ผมเคยเป็นตัวแทนประกวดมารยาทระดับเขตหลายครั้ง เพราะว่าผมได้รางวัลชนะเลิศในระดับโรงเรียนมาตลอดตั้งแต่ป.1-ป.4 ผมต้องฝึกฝนทั้งการเดิน การนั่ง การไหว้ประเภทต่างๆ เช่น ไหว้ผู้ใหญ่ ไหว้คนเสมอกัน ไหว้พระ การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ การกราบศพ การถวายบังคมและอื่นๆ ซึ่งทำให้ผมรู้ว่าการเรียนนอกจากทฤษฎี ยังมีการปฏิบัติรวมทั้งการปฎิบัติในเรื่องมารยาทอย่างนี้ก็สามารถแข่งขันกันได้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น