วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เรียนมหาวิทยาลัย(9)


กิจกรรมการออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท
เราชุมนุมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา มุ่งทำหน้าที่สิ่งดีให้กับสังคม...ใต้ฟ้าสายน้ำขุนเขาพวกเรามุ่งมั่นก้าวไป....
กิจกรรมการออกค่ายอาสานับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เปิดหูเปิดตาและเปิดโลกทัศน์ของผมมากที่สุด โดยส่วนใหญ่ผมอยู่กับครอบครัวช่วงปิดเทอมผมมักจะกลับบ้านประจำ แต่มีครั้งหนึ่งที่หนิง พี่กอล์ฟ พี่มาว ชวนผมไปออกค่าย ตอนนั้นผมรู้จักกับปีโป้เพื่อนคณะเกษตรศาสตร์ ชาวกาฬสินธุ์ พวกผมได้รับหน้าที่ให้อยู่ฝ่ายพัสดุภัณฑ์ ที่ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่นถ้วยชาม  หม้อ เตาและเสื่อซึ่งขอยืมจากวัดและมีหน้าที่ต้องรวบรวมให้ครบเพื่อนำไปคืนวัด เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวกับบุญและบาปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าของขาดผมจะต้องหามาคืน คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้วัด
ค่ายแรกที่ไปคือไปเยี่ยมค่ายที่บ้านซำม่วง จังหวัดเลย ที่มีปัญหาเรื่องโรงโม่หิน ที่กระทบกับวิถีการเกษตรการปลูกมะขามหวาน แม้จะได้อยู่แค่สองวัน เพราะเป็นการเยี่ยมค่ายแต่ก็เป็นปะสบการณ์ที่ผมประทับใจมาก จากนั้นผมก็ได้รับหน้าที่ให้จัดการวัสดุอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเต๊นท์ในช่วงของการรับน้อง มีการรับผิดชอบหนังสือรับน้องในช่วงผมอยู่ปี3 ผมจำได้ว่าที่ภูเก้าภูพานคำ ที่พวกผมเข้าไปสำรวจกันหาสถานที่รับน้องของพวกเราชาวซีดี 13 และการรับน้องครั้งนั้นทำให้ผมได้เต้นระบำคนป่า นุ่งโสร่งใส่ผ้าถุงต้อนรับน้องๆ ผมยังจำค่ายรับน้องครั้งแรกๆได้ที่ภูเรือ ผมต้องเปลือยกายอยู่ในน้ำ ดื่มเหล้าสี่สิบดีกรี และฝ่าด่านต่างๆของรุ่นพี่ แต่ก็ทำให้เราผูกพันมีความรู้สึกของความเป็นพี่น้องกัน
การออกค่ายจริงจริงเริ่มต้นที่ที่บ้านน้ำตกนางรอง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ผมดูแลวัสดุอุปกรณ์เป็นหลักในค่ายนี้ และได้เรียนรู้โครงงานต่างๆแบบหมุนเวียน การออกค่ายเราจะแบ่งเป็นโครงงานศึกษา จะเน้นเรื่องการสอนเด็กๆ การทำห้องสมุด และการจัดหาสื่อการเรียนการสอน โครงงานเกษตรจะสอนทำแปลงสาธิต ปลูกพืชผักต่างๆ โครงงานพัฒนาจะก่อสร้างศาลาวัด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงครัว หรือถังปูนเก็บน้ำ และโครงงานสาธารณสุข ซึ่งมักจะส่งเสริมโภชนาการ ทำนมถั่วเหลือ สอนวิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง ฆ่าเหาบนหัวของเด็กๆและอื่นๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น