วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

แนวคิดโครงสร้างหน้าที่

แนวคิดโครงสร้างหน้าที่
NAME OF THE PERSPECTIVE :  โครงสร้างหน้าที่ (Structural and Functional )
SUBJECT MATTER  :  สถาบันทางสังคม (social Institution) ,ความจริงทางสังคม (Social Fact),การขัดเกลาทางสังคม (SOCIALIZATION),บรรทัดฐานหรือปทัสถานทางสังคม(Social Norm ), บทบาททางสังคม(Social Role)  สถานภาพทางสังคม (Social Status ) โครงสร้างทางสังคม (Social Structure), การเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Social Change)  ,การบูรณาการทางสังคม (Integration), การควบคุมทางสังคม(Regualation), ความเป็นปึกแผ่นเชิงกลไกลและเชิงอินทรีย์            ( Machanisim and Organisism Solidarity)

LOGIC OF THINGKING : โครงสร้างของสังคม(Social Structure) เปรียบเสมือนกับสิ่งมีชีวิต (Organism) ที่มีส่วนประกอบต่างๆ(System)อันมีลักษณะเฉพาะของตนเอง แต่ทั้งหมดทำหน้าที่(Function) ประสานสอดคล้องกันเพื่อให้เกิดความสมดุลและยึดโยงสมาชิกในสังคมเพื่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นที่เรียกว่า Social Solidarity (Shaun Best,2003;22) โดยระบบของสังคมดังกล่าวเสมือนกรอบหรือแนวทางการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของคนในสังคม ลักษณะดังกล่าว อิมิล เดอร์ไคม์ (Emile durkhiem) เรียกว่า Social Fact ที่หมายถึงสิ่งที่ประกอบสร้างแนวทางของการกระทำและความคิดที่มีความเข้มข้นของอำนาจและบังคับอยู่เหนือปัจเจกบุคคล (Shaun Best,2003;25) ตัวอย่างเช่น ภายในสังคมจะมีสถาบันทางสังคมทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการและจำเป็นด้านต่างๆของคนในสังคม และในสถาบันทางสังคมก็ประกอบด้วยบรรทัดฐาน  กลุ่มสถานภาพ และบทบาทที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่สังคมกำหนดไว้เพื่อให้เกิดความสมดุลและความเป็นปกติของสังคม ซึ่งเมื่อเกิดความเบี่ยงเบนและความไม่ปกติของโครงสร้างทางสังคม เช่นการเปลี่ยนแปลงของสถาบันเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วก็ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของบรรทัดฐาน บทบาทหน้าที่ การเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมอุตสาหกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงจากสังคมแบบ Machanism ที่ไม่มีความแตกต่างและมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไปสู่สังคมแบบ organism เป็นสังคมที่มีความสลับซับซ้อน มีความแตกต่างหลากหลายและมีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งส่งผลต่อภาวะความเป็นปึกแผ่นของสังคมและความสัมพันธ์ในสังคมที่ไม่สอดคล้องกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของสถาบันเศรษฐกิจที่นำไปสู่ค่านิยมแบบใหม่ การผลิตแบบใหม่ และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ความไม่สอดคล้องกันดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดการบูรณาการ(Integration)และการควบคุม(Regulation)ทางสังคมที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางสังคม(Social Deviant)ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น