วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เหมืองแร่ที่หนองบัวลำภู


ชมรมอนุรักษ์ภูผาป่าไม้ อ.สุวรรณคูหา  จังหวัดหนองบัวลำภู ในพื้นที่ภูผายา ผาจันไดและผาโขง ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู
ชมรมอนุรักษ์ภูผาป่าไม้ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เกิดขึ้นเนื่องจากพื้นที่ภูผายา ผาจันได ผาโขง ที่ตั้งอยู่บริเวณบ้านผาช่องหมู่ที่7 บ้านโชคชัย8 หมู่ที่12 ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู มีลักษณะภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ เป็นภูเขาหินปูน และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลบานกลาง 260-330 เมตร บริเวณใกล้เคียงมีลำห้วยปูน ห้วยสาวโฮและห้วยคะนาน ที่ชาวบ้านใช้ในการอุปโภคบริโภคในการทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ และเป็นพื้นที่ที่มีป่าไม้เบญจพรรณที่อุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งปีพ.ศ.2536 มีกระแสข่าวเกิดขึ้นว่า ภูผายา ภูผาโขง ในพื้นที่ตำบลดงมะไฟ จะถูกขอสัมปทานและประทานบัตรเพื่อสำรวจและทำเหมืองแร่ จึงได้เริ่มทำการคัดค้านโครงการดังกล่าว จนทำให้นายบุญรอด ด้วงโคตะและนายสนั่น สุขสุวรรณ แกนนำคัดค้าน ถูกยิงเสียชีวิต จนกระทั่งปีพ.ศ.2537 บริษัทศิลาโชคชัยภัทรจำกัด ได้ยื่นขอประทานบัตรเหมืองแร่ โดมิติกไลม์สโตน ในเนื้อที่ 200 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน ป่าเก่าลอยและป่านากลาง ในตำบลดงมะไฟ และได้เปลี่ยนการขอสัมปทานเป็นเหมืองหินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง พื้นที่บริเวณตำบลดงมะไฟจึงถูกประกาศโดยกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดพื้นที่แหล่งอุตสาหกรรมฉบับที่12 (3 กันยายน 2541) และกำหนดแหล่งเพิ่มเติมที่ผาจันได ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรณคูหา เพิ่มเติม
แม้ว่าในช่วงปีพ.ศ. 2542 ชาวบ้านจะได้มีหนังสือคัดค้านการทำสัมปทาน แต่ทางบริษัทยังคงดำเนินการรังวัดโดยไม่สนใจฟังเสียงคัดค้านของชาวบ้าน แต่ในเวลาเดียวกันบริษัทก็ขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าสงวนซึ่งเป็นที่ตั้งประทานบัตรและขอใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 50 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติรอบพื้นที่ขอประทานบัตรเดิม ทำให้การต่อสู้คัดค้านของชาวบ้านทวีความรุนแรงมากขึ้น และชาวบ้านได้รวบรวมตัวกันกว่า 1,700 คน จัดตั้งกลุ่ม ชมรมอนุรักษ์ภูผาป่าไม้ อำเภอสุวรรณคูหา โดยมีนายสมพงษ์ ชินแสง เป็นประธาน เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและยืนบันการคัดค้านการขอประทานบัตรของกลุ่มทุนและยื่นรายชื่อคัดค้านการทำโรงโม่หิน ในช่วงปีพ.ศ.2542 นายทองม้วน คำแจ่ม กำนันตำบลดงมะไฟและแกนนำสำคัญได้ถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านแห่ศพประท้วงที่ศาลากลางจังหวัด การคัดค้านของชาวบ้านจึงมีอย่างต่อเนื่อง ปีพ.ศ.2544 นายเอกชัย ศรีพุทธาและกลุ่มชาวบ้าน ยืนถวายฎีกาต่อในหลวง ซึ่งทางสำนักเลขาธิการส่งหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้น และทางราชการก็ได้อนุมัติประทานบัตรให้กับทางบริษัทเรียบร้อย
กระบวนการต่อสู้ของชาวบ้าน มีการยื่นหนังสือเรียกร้องกับองค์กรต่างๆ เช่นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในปีพ.ศ.2547 มีคำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมา ให้ระงับการทำเหมืองจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นออย่างอื่น ซึ่งศาลมีความเห็นว่ายังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ประทานบัตรโดยเฉพาะแหล่งน้ำซับบริเวณภูผาจันได ที่อยู่ในสภาวะความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากแรงสั่นสะเทือน และศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการของเหมืองหรือกิจกรรมใดๆในบริเวณที่มีการสัมปทานจนกว่าคดีจะถึงที่สุดขณะนี้อยู่ในขั้นศาลปกครองสูงสุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น