พิธีกรรมเกี่ยวกับความเป็นชายและความสัมพันธ์กับชายใน Papua New Guinea ผ่านงาน Gilbert Herdt โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล
การสอนเพศวิถีของผมใช้งานศึกษาคลาสสิค เป็นตัวนำในการถกเถียงกับความคิดในปัจจุบัน ที่ความผิดปกติและการเบี่ยงเบนเป็นสิ่งที่ถูกใช้จัดแบ่งประเภทของผู้คน โดยไม่สนใจการให้ความหมายในเชิงวัฒนธรรม สำหรับผมแล้ว มุมมองของเราในบานะนักมานุษยวิทยาคือการวิพากษ์และการมองสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
พิธีกรรมเกี่ยวกับความเป็นชายและความสัมพันธ์กับชายใน Papua New Guinea นี่เป็นหนึ่งในหัวข้อคลาสสิกของมานุษยวิทยา เพราะมีสังคมหลายแห่งที่นักมานุษยวิทยาพบว่าความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้ชายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างความเป็นชาย(masculinity) มากกว่าจะเป็นอัตลักษณ์ทางเพศแบบเกย์หรือชายรักชายตามความเข้าใจร่วมสมัย
1. กรณีที่มีชื่อเสียงที่สุดคืองานศึกษาของ Gilbert Herdt กับชาว Sambia
งานของ Gilbert Herdt ในหนังสือ Guardians of the Flutes และ The Sambia ศึกษาชุมชน Sambia ในที่สูงของ Papua New Guinea ซึ่งเชื่อว่า
เด็กผู้ชายไม่ได้เกิดมาเป็นผู้ชายโดยสมบูรณ์ ความเป็นชายต้องถูกสร้างขึ้นผ่านพิธีกรรมหลายขั้นตอน โดยน้ำอสุจิถูกมองว่าเป็นสารแห่งพลังชีวิต ความแข็งแรง และความเป็นชายหากเด็กชายไม่ได้รับสารนี้ จะไม่เติบโตเป็นชายที่สมบูรณ์
พิธีกรรมจะเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อเด็กชายอายุประมาณ 7–10 ปี จะถูกจัดการโดยถูกแยกออกจากแม่ และเข้าอยู่ในบ้านผู้ชาย (men’s house) หรือกระท่อมของนักรบ ผ่านการทดสอบร่างกาย เช่น การเจาะจมูก การอดอาหาร การฝึกวินัยในบางช่วงของพิธี เด็กชายจะทำการกลืนน้ำอสุจิของชายวัยรุ่นหรือชายหนุ่มที่ผ่านพิธีแล้ว ชาว Sambia เชื่อว่า อสุจิคือสารอาหารแห่งความเป็นชาย (male essence) ไม่ใช่การแสวงหาความสุขทางเพศแต่เป็นการถ่ายทอดความเป็นชายมากกว่า
2. จุดสำคัญ สิ่งที่นักมานุษยวิทยาย้ำคือ นี่ไม่ใช่ homosexuality ในความหมายแบบตะวันตก เพราะผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เมื่อโตขึ้นแต่งงานกับผู้หญิง
มีลูก กลายเป็นผู้อาวุโสของหมู่บ้านความสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม ไม่ใช่อัตลักษณ์ทางเพศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักมานุษยวิทยาแยกคำว่า พฤติกรรมการรักเพศเดียวกัน (homosexual behavior) กังอัตลักษณ์ของการรักเพศเดียวกัน (homosexual identity)
ออกจากกัน
3. สังคมอื่นใน Papua New Guinea นอกจาก Sambia ยังมีหลายกลุ่ม เช่น Etoro,Kaluli และBaruya
แต่ละกลุ่มมีรายละเอียดแตกต่างกัน เช่นEtoroมีความเชื่อว่า ชีวิตของผู้ชายขึ้นกับการได้รับน้ำอสุจิและอสุจิเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงมากเกินไปทำให้พลังชีวิตลดลง
4. นักมานุษยวิทยาอธิบายอย่างไร หลายคนเสนอว่าสิ่งเหล่านี้ถูกมองเป็นหน้าที่ทางสังคม เป็นสัญลักษณ์ เป็นการประกอบสร้างทางเพศสถานะและเป็นเรื่องของอำนาจ
(1) Functionalism พิธีกรรมนี้สร้างความเป็นชาย สร้างลำดับอาวุโส และ รวมคนเข้าสู่สังคม
(2) Symbolic Anthropology อสุจิไม่ได้หมายถึงของเหลวทางชีววิทยา แต่เป็น พลังชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ และ พลังทางสังคม
(3) Gender Construction (การประกอบสร้างทางเพศ) นักวิชาการเช่น Maurice Godelier มองว่าความเป็นชายไม่ใช่สิ่งธรรมชาติ แต่ถูกผลิตขึ้นผ่าน พิธีกรรม ร่างกายและความสัมพันธ์ทางสังคม
(4) หากใช้แนวคิดของ Foucault พิธีกรรมนี้คือ การสร้างร่างกายที่เชื่อฟังระเบียบสังคม การผลิตอัตวิสัยของผู้ชายและความรู้เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์เป็นเครื่องมือของอำนาจ
5. ข้อวิพากษ์ร่วมสมัย
งานของ Herdt มีอิทธิพลอย่างมาก แต่ก็ถูกวิจารณ์ในหลายด้าน เช่น อาจนำเสนอวัฒนธรรมในลักษณะคงที่ ทั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
การได้รับอิทธิพลจากบริบทที่ชุมชนเริ่มติดต่อกับรัฐ มิชชันนารี และเศรษฐกิจตลาด การตีความอาจได้รับอิทธิพลจากกรอบแนวคิดเรื่องเพศของนักวิจัยเอง และปัจจุบันพิธีกรรมหลายส่วนลดลงหรือเลิกปฏิบัติไปภายใต้อิทธิพลของศาสนาคริสต์ การศึกษา และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
โดยสรุปความสำคัญต่อมานุษยวิทยาเรื่องเพศในกรณีของ Papua New Guinea กลายเป็นตัวอย่างสำคัญที่ทำให้นักมานุษยวิทยาตั้งคำถามว่า
ความเป็นชายถูกสร้างขึ้นอย่างไรในแต่ละวัฒนธรรม รวมทั้งพฤติกรรมทางเพศกับอัตลักษณ์ทางเพศจำเป็นต้องสอดคล้องกันหรือไม่ หมวดหมู่สมัยใหม่อย่าง heterosexual และ homosexual ใช้อธิบายทุกสังคมได้จริงหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ กรณีศึกษาจาก Papua New Guinea จึงถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในวิชามานุษยวิทยาเรื่องเพศและเพศวิถี เพื่อแสดงให้เห็นว่าความหมายของเพศ ความเป็นชายและการปฏิบัติทางเพศ ล้วนถูกกำหนดโดยบริบททางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงชีววิทยาหรือหมวดหมู่สากลเพียงอย่างเดียว

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น