งานชาติพันธุ์วรรณาทาบมานุษยวิทยา โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล




  งานชาติพันธุ์วรรณนาไม่ได้เพียงค้นพบความจริง แต่เป็นการสร้างตัวบท ดังเช่น James Clifford เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามต่อภาพจำแบบดั้งเดิมของนักมานุษยวิทยา นักชาติพันธุ์วรรณนามักถูกจินตนาการว่าเป็นผู้เดินทางออกไปในสนาม สังเกตผู้คน พูดคุยกับชาวบ้าน เก็บข้อมูล แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาเขียนเป็นหนังสือ แต่ Clifford ชวนให้เราหันกลับมามองสิ่งที่เกิดขึ้น ระหว่างการเก็บข้อมูลกับการเขียน เพราะทันทีที่นักมานุษยวิทยาเลือกว่าจะบันทึกอะไร จะถามใคร จะใช้คำพูดของใคร จะตัดอะไรออก และจะเรียบเรียงเรื่องราวอย่างไร เขาก็ไม่ได้เป็นเพียงผู้ค้นพบความจริงอีกต่อไป แต่กำลังสร้างตัวบทเกี่ยวกับความจริงนั้น

     ดังนั้น จุดเริ่มต้นของชาติพันธุ์วรรณนาจึงไม่ใช่เพียง การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม (participant observation) แต่ต้องรวมถึงการเขียน (writing) และการสร้างตัวบท (text-making) ด้วย ดังเช่น ภาพของ Malinowski ที่นั่งเขียนหนังสืออยู่ในเต็นท์เมื่อครั้งสนามที่หมู่เกาะโทรเบี้ยน  หรือ Colin Turnbull ที่พกเครื่องพิมพ์ดีดเข้าไปในพื้นที่ของชาว Mbuti สิ่งเหล่านี้จึงมีความหมายสำคัญ เพราะมันทำให้เราเห็นว่า การเขียนไม่ใช่กิจกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากงานภาคสนามจบลง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานภาคสนามตั้งแต่ต้นจนจบด้วย

     มานุษยวิทยาแบบดั้งเดิมมักมีอุดมคติว่า นักชาติพันธุ์วรรณนาสามารถนำเสนอวัฒนธรรมของคนอื่นได้อย่างถูกต้องและเป็นกลาง กล่าวง่าย ๆ คือ นักมานุษยวิทยาก็ออกไปท่องในโลกกว้าง เข้าไปไปสนาม เพื่อเก็บข้อมูล จากนั้นนำมาวิเคราะห์และเขียนรายงานเพื่อถ่ายทอดความจริงเหล่านั้น แต่ Clifford ชี้ว่า กระบวนการดังกล่าวไม่ได้โปร่งใสขนาดนั้น การเขียนทุกครั้งมีการเลือก มีการตัดออก มีการจัดลำดับ มีการตีความ และมีการใช้ภาษา ดังนั้น งานชาติพันธุ์วรรณนาจึงไม่ใช่ กระจกที่สะท้อนวัฒนธรรมอย่างตรงไปตรงมา แต่เป็น การสร้างความหมายผ่านตัวบท ด้วยเหตุนี้ งานชาติพันธุ์วรรณนาจึงเกี่ยวข้องกับทั้ง วรรณศิลป์ ภาษา โวหาร อำนาจ การเมือง สถาบัน ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างนักมานุษยวิทยากับผู้คนในสนามทั้งหมดนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

    James  Clifford ใช้คำว่า Partial Truths ซึ่งไม่ได้กำลังบอกว่า ชาติพันธุ์วรรณนาเป็นเรื่องโกหกและไม่ได้บอกว่าเราไม่สามารถรู้ความจริงเกี่ยวกับวัฒนธรรมอื่นได้เลย สิ่งที่James Clifford กำลังบอกก็คือความจริงทางชาติพันธุ์วรรณนาเป็นความจริงที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ และจึงเป็นความจริงเพียงบางส่วนเสมอ เพราะไม่มีนักชาติพันธุ์วรรณนาคนใดสามารถรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับสังคมหนึ่งได้ทั้งหมด แม้แต่คนในสังคมเองก็ไม่ได้มีความรู้ทั้งหมด แต่ละคนมีประสบการณ์ ความทรงจำ ตำแหน่งทางสังคม เพศ อายุ ชนชั้น และประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน

    ดังนั้น สิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมจึงไม่มีคำอธิบายเดียว ที่สามารถครอบคลุมทั้งหมดได้ เช่นเดียวกับการทำงานของนักมานุษยวิทยา ข้อมูลอาจเป็นข้อมูลจริง ผู้คนอาจเป็นคนจริง เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นจริง แต่ตัวบทที่ปรากฏในหนังสือหรืองานเขียนของนักมานุษยวิทยาเป็นผลผลิตจากการจัดองค์ประกอบทั้งหมดนั้นเข้าด้วยกัน ดังนั้น ชาติพันธุ์วรรณนาจึงไม่ได้เพียงการนำเสนอวัฒนธรรม ( represent culture ) แต่ชาติพันธุ์วรรณนายังประกอบสร้างวัฒนธรรม (constructs  culture ) ในรูปของตัวบทด้วย

ความคิดเห็น