แนะนำหนังสือ หนังสือเรื่อง Masculinities (1995)เขียนโดย R.W. Connell โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล



หนังสือเรื่อง Masculinities (1995)เขียนโดย R.W. Connell เป็นหนังสือสำคัญที่นำเสนอแนวคิดและการวิเคราะห์เกี่ยวกับความเป็นชายในมุมมองทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

     หนังสือเล่มนี้ทำการสำรวจว่าความหมายของความเป็นชายถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรในบริบททางสังคม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ และผลกระทบของแนวคิดเหล่านี้ต่อผู้ชายและสังคม

    สาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องความเป็นชายที่พอสรุปได้เช่น

      1.   แนวคิดเรื่องความเป็นชายหลากหลายแบบ (Multiple Masculinities) โดย Connell เน้นว่าไม่มีรูปแบบเดียวของความเป็นชาย แต่มีความเป็นชายหลากหลายแบบซึ่งรวมถึงความเป็นชายที่โดดเด่น (hegemonic masculinity) ที่มักจะถูกยอมรับและสนับสนุนในสังคม และความเป็นชายแบบรอง (subordinate masculinity) ซึ่งมักถูกกดขี่หรือดูถูก

      2. แนวคิดความเป็นชายที่โดดเด่น (Hegemonic Masculinity)  Connell มองว่าความเป็นชายที่โดดเด่นคือรูปแบบของความเป็นชายที่มักถูกมองว่าเป็นมาตรฐานในสังคมที่เชื่อมโยงกับอำนาจและการครอบงำและมักจะเน้นความเป็นภาพลักษณ์ของผู้ชายที่แข็งแรง แข็งแกร่ง และไม่แสดงความรู้สึกอ่อนแอออกมา

       3. การผลิตและการรักษาความเป็นชาย (The Production and Maintenance of Masculinity) โดย Connell อธิบายว่าความเป็นชายถูกสร้างขึ้นผ่านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการมีส่วนร่วมในสถาบันต่างๆ เช่น ครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน และสื่อสารมวลชนที่ร่วมกันประกอบสร้างความเป็นชาย

       4. ผลกระทบของความเป็นชายต่อผู้ชายเองและสังคม

  Connell เสนอว่าความเป็นชายที่โดดเด่นไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อผู้หญิงและกลุ่มที่ถูกกดขี่ แต่ยังมีผลกระทบต่อผู้ชายเอง ทำให้เกิดความกดดันให้ผู้ชายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวดและอาจนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจและสุขภาพ

   ในหนังสือ Masculinities โดย R.W. Connell ได้นำเสนอแนวคิดหลักๆ ที่เขาใช้เพื่ออธิบายความเป็นชายและการสร้างความเป็นชายในสังคมมีดังนี้

     1.  แนวคิด Hegemonic Masculinity (ความเป็นชายที่โดดเด่น) โดยแนวคิดนี้อธิบายว่ามีรูปแบบของความเป็นชายที่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนในสังคม ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีอำนาจเหนือรูปแบบอื่นๆ ของความเป็นชาย ความเป็นชายที่โดดเด่นมักจะเชื่อมโยงกับอำนาจ ความแข็งแกร่ง และการครอบงำ ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจหรือการเมืองมักจะถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความเป็นชายที่โดดเด่น

     2. แนวคิด Complicit Masculinity (ความเป็นชายที่ร่วมมือ) ผู้ชายบางคนอาจไม่ได้มีคุณลักษณะหรือพฤติกรรมที่สอดคล้องกับความเป็นชายที่โดดเด่น แต่พวกเขายังได้รับประโยชน์จากระบบที่สนับสนุนความเป็นชายนี้ การร่วมมือในที่นี้หมายถึงการที่พวกเขาไม่ขัดขวางหรือท้าทายความเป็นชายที่โดดเด่นแต่รับเอาทันมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน

      3. แนวคิด Subordinated Masculinity (ความเป็นชายที่ถูกกดขี่) โดยความเป็นชายที่ไม่ได้สอดคล้องกับมาตรฐานของความเป็นชายที่โดดเด่นและมักจะถูกกดขี่หรือลดค่าลง ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่เป็นเกย์หรือมีพฤติกรรมที่ถูกมองว่าอ่อนแอในสังคมมักจะตกอยู่ในกลุ่มนี้

     4.  แนวคิด Marginalized Masculinity (ความเป็นชายที่ถูกกันออกไป) ความเป็นชายที่ถูกกันออกไปจากความเป็นชายที่โดดเด่นเนื่องจากปัจจัยเช่น เชื้อชาติ ชนชั้น หรือศาสนา ตัวอย่างเช่น ผู้ชายในกลุ่มชนกลุ่มน้อยหรือผู้ชายที่มาจากชนชั้นล่างมักจะไม่ได้รับการยอมรับเท่ากับผู้ชายในกลุ่มชนชั้นกลางหรือสูง

    5.แนวคิด The Gender Order (ระบบเพศสภาพ)โดย Connell อธิบายว่าเพศสภาพไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของบุคคลแต่เป็นระบบที่ครอบคลุมทั้งสังคม ระบบเพศสภาพนี้สร้างและรักษาความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างเพศ ตัวอย่างเช่น การจัดสรรงานตามเพศในที่ทำงาน หรือการแบ่งบทบาททางครอบครัว

   6. แนวคิด The Gender Regime (ระบอบเพศสภาพ) คำว่าระบอบเพศสภาพคือการปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจงในสถาบันต่างๆ เช่น โรงเรียน ครอบครัว หรือที่ทำงาน ที่ส่งผลต่อการสร้างและเสริมสร้างความเป็นชายและหญิง ตัวอย่างเช่น นโยบายของโรงเรียนที่สนับสนุนกีฬาเฉพาะสำหรับเด็กผู้ชาย

    7. แนวคิด Emphasized Femininity (ความเป็นหญิงที่ถูกเน้น)โดย  Connell ยังอธิบายถึงความเป็นหญิงที่ถูกเน้น ซึ่งเป็นรูปแบบของความเป็นหญิงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนความเป็นชายที่โดดเด่น ความเป็นหญิงที่ถูกเน้นมักจะเชื่อมโยงกับความอ่อนโยน การดูแล และการยอมรับอำนาจของผู้ชาย

   แนวคิดเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าความเป็นชายไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลักษณะส่วนบุคคล แต่เป็นผลมาจากระบบสังคมวัฒนธรรมที่ซับซ้อนและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่หลากหลาย

    ตัวอย่างเชิงรูปธรรมจากหนังสือที่เชื่อมโยงกับเรื่องของความเป็นชายที่ Connell ใช้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นชายและการสร้างความเป็นชายในบริบททางสังคมต่างๆ มีดังนี้

      1.การศึกษาผู้ชายในที่ทำงาน

  Connell ใช้การศึกษาในที่ทำงานเพื่อแสดงให้เห็นว่าความเป็นชายที่โดดเด่นมักจะถูกผลิตขึ้นและรักษาไว้ในที่ทำงานที่มีการแข่งขันสูง ผู้ชายถูกกดดันให้แสดงความสามารถในการแข่งขันและควบคุม ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดของความเป็นชายที่โดดเด่นมากและเชื่อมโยงกับระบบทุนนิยมชายเป็นใหญ่ 

       2. การวิเคราะห์วัฒนธรรมกีฬา

    Connell ใช้วัฒนธรรมกีฬาซึ่งมักจะส่งเสริมความแข็งแกร่งและการควบคุมตัวเองเป็นตัวอย่างของการผลิตความเป็นชายที่โดดเด่น กีฬามักจะเป็นพื้นที่ที่ผู้ชายสามารถพิสูจน์ความเป็นชายของตนเองได้

        3. บทบาทของครอบครัวในการสร้างความเป็นชาย โดยเน้นว่าครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการสร้างและถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความเป็นชาย ตั้งแต่เด็กผู้ชายได้รับการสอนให้แข็งแรงและเป็นผู้นำ ผ่านกิจกรรมและการอบรมต่างๆ

      4. ผลกระทบของสื่อมวลชน

  Connell วิเคราะห์ว่าสื่อมวลชนมีบทบาทในการส่งเสริมและเผยแพร่ภาพลักษณ์ของความเป็นชายที่โดดเด่น ผ่านภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และโฆษณา ซึ่งมักจะแสดงให้เห็นผู้ชายในบทบาทของผู้ควบคุมและผู้ครอบครองอำนาจนำ

       5.วัฒนธรรมกีฬาและนักกีฬาชาย

  Connell ใช้ตัวอย่างของนักกีฬาและวัฒนธรรมกีฬาเพื่อแสดงให้เห็นว่าความเป็นชายที่โดดเด่นมักจะถูกสร้างขึ้นผ่านการแข่งขัน ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และการควบคุมตัวเอง ตัวอย่างเช่น นักกีฬาฟุตบอลหรือรักบี้ที่มักจะถูกมองว่าเป็นภาพลักษณ์ของความเป็นชายที่แข็งแกร่งและกล้าหาญ การฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬามักจะส่งเสริมพฤติกรรมที่แสดงถึงความเป็นชายแบบนี้

       6.การศึกษาความเป็นชายในที่ทำงานและการจัดองค์กร

  Connell อธิบายว่าที่ทำงานเป็นสถานที่ที่ความเป็นชายที่โดดเด่นมักจะถูกผลิตขึ้นและรักษาไว้ เขาใช้ตัวอย่างของผู้จัดการหรือผู้บริหารชายที่มักจะแสดงความสามารถในการแข่งขัน การควบคุม และความเป็นผู้นำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของความเป็นชายที่โดดเด่น ความคาดหวังทางสังคมในที่ทำงานมักจะกดดันให้ผู้ชายต้องแสดงความสามารถเหล่านี้

        7. บทบาทของครอบครัวในการสร้างความเป็นชาย

   Connell เน้นว่าครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการสร้างแนวคิดเรื่องความเป็นชาย เขาใช้ตัวอย่างของการเลี้ยงดูเด็กชายที่มักจะได้รับการสอนให้แข็งแกร่ง ไม่แสดงความรู้สึกอ่อนแอ และเป็นผู้นำ การเลือกของเล่น เช่น ปืนหรือรถถัง และกิจกรรมที่ส่งเสริมความกล้าหาญและความแข็งแรงทางร่างกายเป็นวิธีที่ครอบครัวมีส่วนในการสร้างความเป็นชาย

     8.สื่อมวลชนและภาพยนตร์

   Connell วิเคราะห์บทบาทของสื่อมวลชนในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของความเป็นชายที่โดดเด่น เขาใช้ตัวอย่างของภาพยนตร์และโฆษณาที่มักจะแสดงผู้ชายในบทบาทของฮีโร่ นักรบ หรือผู้ควบคุม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของความเป็นชายที่โดดเด่น การแสดงภาพลักษณ์ของผู้ชายที่แข็งแกร่งและมีอำนาจช่วยเสริมสร้างและรักษาแนวคิดเหล่านี้ในสังคม

  9. การศึกษาเรื่องความรุนแรงและความเป็นชาย

   Connell ใช้ตัวอย่างของความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาย เช่น การทะเลาะวิวาท การใช้กำลังในครอบครัว หรือการทำสงคราม เพื่อแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงมักจะถูกมองว่าเป็นวิธีการแสดงออกของความเป็นชายที่โดดเด่น การกระทำเหล่านี้สะท้อนถึงความกดดันให้ผู้ชายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของความแข็งแกร่งและการควบคุม

    10. ทหารและการรับใช้ชาติ

   Connell ใช้ตัวอย่างของทหารในการแสดงความเป็นชายที่โดดเด่น ซึ่งมักจะเชื่อมโยงกับความกล้าหาญ การเสียสละ และการควบคุมตัวเอง การฝึกทางทหารและวัฒนธรรมในกองทัพเน้นย้ำการสร้างความเป็นชายที่แข็งแกร่งและสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทายและอันตรายได้

  11. โรงเรียนและระบบการศึกษา

  Connell อธิบายว่าระบบการศึกษาและโรงเรียนมีบทบาทในการสร้างและเสริมสร้างแนวคิดเรื่องความเป็นชาย ตัวอย่างเช่น ในบางโรงเรียน เด็กผู้ชายมักจะได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาหรือกิจกรรมที่แสดงความแข็งแกร่ง ในขณะที่เด็กผู้หญิงอาจได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการหรือศิลปะ

     12. วัฒนธรรมการบริโภคและโฆษณา

   Connell วิเคราะห์การโฆษณาและวัฒนธรรมการบริโภคที่มักจะแสดงภาพลักษณ์ของผู้ชายที่มีความสำเร็จและมีอำนาจ ตัวอย่างเช่น โฆษณารถยนต์หรูหรือผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่มักจะแสดงผู้ชายในบทบาทของผู้นำที่ประสบความสำเร็จและสามารถควบคุมชีวิตของตนเองได้

     13. บทบาทของศาสนาและพิธีกรรม

   Connell อธิบายว่าศาสนาและพิธีกรรมต่างๆ มีบทบาทในการสร้างและเสริมสร้างแนวคิดเรื่องความเป็นชาย ตัวอย่างเช่น บางศาสนาอาจมีบทบาททางพิธีกรรมที่จำกัดให้เฉพาะผู้ชาย หรือมีการสอนแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำทางศาสนาที่เป็นบทบาทของผู้ชาย

      14. การแสดงออกทางเพศและการควบคุมทางเพศ

    Connell ใช้ตัวอย่างของการแสดงออกทางเพศและการควบคุมทางเพศเพื่อแสดงให้เห็นว่าความเป็นชายที่โดดเด่นมักจะเชื่อมโยงกับการควบคุมและการแสดงอำนาจทางเพศ ตัวอย่างเช่น การมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงหลายคนหรือการแสดงความสามารถในการควบคุมทางเพศมักจะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาย

    15. การใช้ภาษาและการสื่อสาร

     Connell วิเคราะห์การใช้ภาษาและรูปแบบการสื่อสารที่เสริมสร้างความเป็นชาย ตัวอย่างเช่น การใช้ภาษาที่ก้าวร้าวหรือมีอำนาจในที่ทำงาน หรือการใช้ภาษาที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการควบคุมในบทสนทนา

     ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นชายถูกสร้างขึ้นมาและรักษาไว้ในบริบททางสังคมอย่างไร และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรักษามาตรฐานของความเป็นชายที่โดดเด่นในสังคมได้ดียิ่งขึ้น 

     ในท้ายที่สุด เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็นชายที่โดดเด่นยังคงมีบทบาทสำคัญและมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมใน หากเรานำแนวคิดเหล่านี้มาวิพากษ์เกี่ยวกับความเป็นชายที่ลื่นไหล หลากหลาย อยู่พ้นกรอบ หรือไม่ติดกรอบความเป็นชายก็น่าจะทำให้เข้าใจความเป็นชายที่ซับซ้อน หลากหลาย ก็น่าจะดีไม่น้อย

ความคิดเห็น