มนุษย์ ปัญญาประดิษฐ์ วิวัฒนาการ โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล

 




ผมเห็นภาพที่หน้า feed ของเฟซบุ๊ค ผมสนใจว่าภาพทั้งสามภาพกำลังนำเสนอเรื่องราวของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือที่เรียกสั้น ๆว่า  AI) ผ่านการอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบกับภาพวิวัฒนาการของมนุษย์ผู้คนคุ้นเคย โดยเฉพาะสายมานุศยวิทยุากายภาพ ( Physical Anthropology) ซึ่งเริ่มจากวิวัฒนาการลิงหรือมนุษย์ดึกดำบรรพ์ ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่มนุษย์ยุคใหม่และท้ายที่สุดกลายเป็นมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตแห่งอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังถูกพัฒนาอย่างก้าวหน้า จนมนุษย์ไม่สามารถคาดเดาว่ามันจะวิวัฒน์ไปถึงขั้นไหนและส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนอย่างไร  การจัดวางลำดับของโมเดล AI เช่น GPT, Gemini, Grok, Claude และ ChatNow หรือ Chatto AI จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเรื่องเล่า(narrative) ที่สื่อว่าปัญญาประดิษฐ์กำลังดำเนินไปตามเส้นทางแห่งวิวัฒนาการเช่นเดียวกับมนุษย์

      แต่อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าการนำเสนอในลักษณะดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจและควรถูกตั้งคำถามในเชิงวิพากษ์ เพราะภาพได้สร้างลำดับชั้นของความก้าวหน้า (hierarchy of progress) โดยทำให้ผู้ชมอย่างผมเข้าใจโดยนัยว่า AI ที่อยู่ด้านขวาของภาพมีความเหนือกว่า ฉลาดกว่าหรือมีพัฒนาการมากกว่า AI ที่อยู่ด้านซ้าย ทั้งที่ในความเป็นจริง โมเดล AI แต่ละตัวถูกพัฒนาภายใต้เป้าหมายที่แตกต่างกัน บางโมเดลโดดเด่นด้านการเขียน บางโมเดลมีความสามารถด้านการค้นหาข้อมูล การเขียนโค้ด หรือการให้เหตุผล ดังนั้น การจัดเรียงเป็นเส้นตรงจึงเป็นการลดทอนความซับซ้อนของเทคโนโลยีให้กลายเป็นการแข่งขันแบบมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว เอาจริงก็เพื่อการเติบโตของธุรกิจซอฟแวร์ การพัฒนาApplication ต่าง ๆ 

      อีกประเด็นหนึ่งคือ ภาพดังกล่าวกำลังทำให้ AI มีลักษณะคล้ายมนุษย์ (anthropomorphism) มากขึ้น กล่าวคือ ผู้ชมอาจเกิดความรู้สึกว่า AI แต่ละรุ่นกำลังเติบโตและ วิวัฒนาการเหมือนสิ่งมีชีวิต จนท้ายที่สุดจะกลายเป็นสิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์ ความคิดเช่นนี้สะท้อนจินตนาการของสังคมร่วมสมัยที่มองเทคโนโลยีในฐานะตัวแทนของความก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่ AI ในปัจจุบันยังเป็นระบบที่อาศัยข้อมูล การคำนวณ และการออกแบบโดยมนุษย์ ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิต จิตสำนึก หรือความรู้สึกนึกคิดแบบมนุษย์

       ในอีกด้านหนึ่ง ภาพยังสะท้อนอุดมการณ์ของโลกเทคโนโลยีที่เชื่อว่าของใหม่ย่อมดีกว่าของเก่าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคือเส้นทางเดียวของการพัฒนา แต่ในทางวิชาการ นักสังคมศาสตร์และนักมานุษยวิทยาจำนวนมากได้วิพากษ์แนวคิดดังกล่าวว่า ความก้าวหน้าไม่ใช่สิ่งที่เป็นสากลหรือมีเพียงเส้นทางเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับบริบท คุณค่า และวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน เทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับงานหนึ่ง อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับอีกงานหนึ่ง

       หากตั้งคำถามว่า AI ใดมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด คำตอบอาจขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่ามนุษย์ หากหมายถึงการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ การเข้าใจบริบท การใช้ภาษาอย่างมีอารมณ์และความละเอียดอ่อน โมเดลอย่าง GPT และ Claude มักได้รับการประเมินจากผู้ใช้จำนวนมากว่ามีลักษณะการสื่อสารใกล้เคียงมนุษย์ อย่างไรก็ตาม หากนิยามความเป็นมนุษย์ในฐานะการมีประสบการณ์ชีวิต ความทรงจำ ความสัมพันธ์ทางสังคม จริยธรรม และการรับรู้ผ่านร่างกายแล้ว AI ทุกระบบยังคงแตกต่างจากมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ เพราะสิ่งที่ AI แสดงออกคือการประมวลผลรูปแบบของภาษาและข้อมูล ไม่ใช่การมีชีวิตหรือการมีจิตสำนึกในความหมายเดียวกับมนุษย์

        ดังนั้น ภาพเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงภาพเปรียบเทียบ AI รุ่นต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นภาพแทนของความเชื่อและอุดมการณ์เกี่ยวกับความก้าวหน้าที่สังคมร่วมสมัยกำลังสร้างขึ้น ซึ่งควรถูกพิจารณาและวิพากษ์อย่างรอบด้าน มากกว่าการยอมรับว่าการเรียงลำดับดังกล่าวสะท้อนความจริงของเทคโนโลยีทั้งหมด

        คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI ตัวไหนฉลาดที่สุด แต่คือ เหตุใดสังคมจึงเชื่อว่าความฉลาดที่แท้จริงต้องวัดจากความสามารถแบบเครื่องจักร หากวันหนึ่ง AI สามารถเขียนบทความ แต่งเพลง วินิจฉัยโรค หรือสร้างงานศิลปะได้ดีกว่ามนุษย์ คุณค่าของมนุษย์จะถูกนิยามใหม่อย่างไร หรือมีอะไรในความเป็นมนุษย์ที่เอไอทำไม่ได้ สิ่งที่คงความเป็นมนุษย์คืออารมณ์ ความรู้สึก  ที่เอไอก็ทำไม่ได้หรือแสดงออกได้เหมือนมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ 

   ข้อเสนอของผมที่คิดว่าน่าจะท้าทายที่สุดคือ บางทีปลายทางของวิวัฒนาการในภาพอาจไม่ใช่การที่ AI กลายเป็นมนุษย์ แต่เป็นการที่มนุษย์ค่อย ๆ ปรับตัวและใช้ชีวิตเหมือน AI มากกว่า อันนี้คือสิ่งที่น่ากังวล 

        ในระยะสั้น ผมคิดว่าความท้าทายใหญ่ที่สุดของ AI อาจยังไม่ใช่AI พัฒนาตัวเองจนเหนือมนุษย์แต่เป็น เรื่องที่มนุษย์อย่างพวกเราจะจัดการอำนาจที่เกิดจาก AI อย่างไร

        ประเด็นที่น่ากังวลกว่า AI ครองโลกอาจไม่ใช่ AI ฉลาดเกินมนุษย์ แต่คือ การแทนที่แรงงานจำนวนมากการรวมศูนย์อำนาจในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่  การควบคุมข้อมูล การเฝ้าระวังประชาชน และความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล

         หลายครั้งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในระยะสั้น มักไม่ใช่ฉากแบบภาพยนตร์ที่ AI ลุกขึ้นยึดโลก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและอำนาจที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นอยู่แล้วในโลกปัจจุบัน และจริยศาสตร์ AI ก็กลายมาเป็นข้ออ้างของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่มักแสดงความกังวลกับอำนาจของAI เพื่อจำกัดบริษัทขนาดเล็กที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจนี้  ทุกคนล้วนพัฒนาเอไอให้ไปให้สุด ปัญหาจึงคล้ายกับการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่ทุกฝ่ายรู้ว่ามันอันตราย แต่ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายหยุดก่อน เพราะการหยุดอาจหมายถึงการเสียเปรียบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงนั่นเอง

ความคิดเห็น