ร่างกายกับ ระบบการแพทย์ทิเบตโบราณที่เรียกว่า Sowa Rigpa โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล

 


ภาพแผนผังร่างกายนี้เป็นตัวอย่างของแผนภาพทางการแพทย์ในระบบการแพทย์ทิเบตโบราณที่เรียกว่า Sowa Rigpa ซึ่งมักปรากฏอยู่ในตำราการแพทย์คลาสสิกของทิเบต โดยเฉพาะตำรา Gyud Zhi (คัมภีร์ตันตระทั้งสี่ซึ่งเป็นตำราหลักพื้นฐานสูงสุดของแพทยศาสตร์แผนทิเบต Sowa Rigpa )อันเป็นรากฐานสำคัญขององค์ความรู้ทางการแพทย์ในวัฒนธรรมทิเบตตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ภาพลักษณะนี้ทำหน้าที่เป็นแผนผังเพื่อระบุตำแหน่งจุดสำคัญต่าง ๆ บนร่างกายมนุษย์ ซึ่งแพทย์ใช้ประกอบการรักษา เช่น การจี้ไฟ (moxibustion) การกรีดเลือดหรือระบายเลือด และการกดหรือกระตุ้นจุดพลังงาน จุดวงกลมขนาดเล็กจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วร่างกายในภาพจึงหมายถึงตำแหน่งของจุดรักษา (therapeutic points) ที่ใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ

    โดยภาพรวม แผนผังนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของการแพทย์ทิเบตที่มองว่าร่างกายมนุษย์เป็นระบบที่เชื่อมโยงระหว่างอวัยวะภายใน เส้นพลังงาน และสมดุลของพลังชีวิต ภายในระบบการแพทย์ดังกล่าว โรคภัยมักอธิบายผ่านความไม่สมดุลของพลังพื้นฐานสามประการ ได้แก่ ลม (rlung) น้ำดี (mkhris-pa) และเสมหะ (bad-kan) จุดต่าง ๆ บนร่างกายในภาพจึงเป็นตำแหน่งที่แพทย์ใช้เพื่อปรับสมดุลของพลังเหล่านี้ผ่านวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ ลักษณะการระบุจุดเช่นนี้มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดเรื่องจุดฝังเข็มในระบบการแพทย์จีน แม้ว่าการจัดหมวดหมู่และความเข้าใจเกี่ยวกับพลังชีวิตในระบบทิเบตจะมีรายละเอียดเฉพาะของตนเอง

    บนภาพยังมีตัวอักษรกำกับซึ่งเขียนด้วยอักษรทิเบต เนื้อหาของข้อความเหล่านี้โดยทั่วไปจะระบุชื่อจุดรักษา อวัยวะที่เกี่ยวข้อง อาการของโรค หรือคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษา เช่น ควรจี้ไฟหรือกรีดเลือดในตำแหน่งใด ตัวอย่างข้อความที่มักพบในภาพประเภทนี้ ได้แก่ การระบุจุดรักษาโรคลม จุดระบายเลือดของอวัยวะบางชนิด หรือจุดที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะและโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม หากภาพมีความละเอียดไม่สูงพอ การอ่านถอดความข้อความทั้งหมดก็อาจทำได้ยาก

    หากพิจารณาในเชิงมานุษยวิทยา ภาพลักษณะนี้สามารถตีความผ่านแนวคิดร่างกายในฐานะแผนที่วัฒนธรรม” (the body as a cultural map) กล่าวคือ ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะวัตถุทางชีววิทยา แต่เป็นพื้นที่ที่ความรู้ ความเชื่อ และระบบสัญลักษณ์ของสังคมถูกเขียนลงไปผ่านการจัดระเบียบของร่างกาย ภาพแผนผังนี้จึงทำให้ร่างกายกลายเป็นแผนที่ของความรู้ทางการแพทย์ ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถอ่าน ตีความ และแทรกแซงความผิดปกติของร่างกายได้ แนวคิดเช่นนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของ Michel Foucault ที่อธิบายว่าความรู้ทางการแพทย์ได้สร้าง ระบอบการมองเห็น (medical gaze) ซึ่งทำให้ร่างกายกลายเป็นวัตถุของการจัดระเบียบ การจำแนก และการตีความ

    ในอีกด้านหนึ่ง นักมานุษยวิทยายังมองว่าร่างกายเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมเข้ามากำหนดความหมาย จุดต่าง ๆ ที่ปรากฏในภาพแสดงให้เห็นว่าร่างกายถูกแบ่งออกเป็นโซนของความหมาย ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องพลัง ธาตุ หรือสมดุลของชีวิต แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของ Mary Douglas ที่อธิบายว่าร่างกายมักถูกใช้เป็นแบบจำลองของสังคม (the body as a model of society) กล่าวคือ การจัดระเบียบร่างกายสะท้อนการจัดระเบียบของจักรวาลและสังคมในวัฒนธรรมหนึ่ง ๆ

   นอกจากนี้ ภาพแผนผังดังกล่าวยังสามารถเข้าใจได้ผ่านมุมมองของ Hans Belting  ผู้เขียนหนังสือ Anthropology of images ซึ่งเสนอว่าภาพไม่ได้เป็นเพียงวัตถุศิลปะ แต่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างภาพ สื่อ และร่างกาย ในกรณีนี้ ภาพแผนผังร่างกายทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ กล่าวคือ ร่างกายจริงถูกแปลงเป็นภาพ ภาพกลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และความรู้เกี่ยวกับร่างกายจึงสามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้ ภาพดังกล่าวจึงอาจถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีของความรู้เกี่ยวกับร่างกาย

     ในระดับจักรวาลทัศน์ การแพทย์ทิเบตยังมองว่าร่างกายมนุษย์เป็นเสมือนจักรวาลขนาดย่อ (microcosm) ที่สะท้อนความสัมพันธ์กับธรรมชาติภายนอก พลังชีวิตไหลเวียนผ่านเส้นพลังงาน และความเจ็บป่วยเกิดขึ้นเมื่อสมดุลของพลังเหล่านั้นถูกรบกวน แผนผังร่างกายในภาพจึงเป็นการทำให้จักรวาลทัศน์นี้ปรากฏขึ้นบนร่างกายมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม

     ดังนั้น ภาพแผนผังร่างกายจากตำราแพทย์ทิเบตจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพประกอบทางการแพทย์ แต่เป็นภาพที่สะท้อนระบบความรู้ วัฒนธรรม และจักรวาลทัศน์ของสังคมทิเบต กล่าวได้ว่าร่างกายในภาพนี้ทำหน้าที่พร้อมกันหลายระดับ ทั้งในฐานะแผนที่ของความรู้ทางการแพทย์ พื้นที่ที่วัฒนธรรมกำหนดความหมาย สื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจักรวาล


ความคิดเห็น