นักมานุษยวิทยาก็สนใจศิลปะและเอกสารโบราณอยู่นะ..
ครั้งหนึ่งผมได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์อัลกุรอ่าน ที่อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ..เห็นความเชื่อมโยงความหลากหลายของความเชื่อในพื้นที่ ทั้งมุสลิม พรามหณ์ ฮินดู พุทธ …เห็นความยิ่งใหญและความศรัทธาในความเชื่อของผู้คนที่นี่ เอกสารคัมภีร์อัลกุรอ่านโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์และเก็บรักษา ทั้ง เยเมน ตุรกี อียิปต์ จีน อินเดีย ไทย รวมถึงภาพของ บาบอ (บะบอ) นักปราชญ์ทางศาสนา ผู้สอนศาสนา ผู้เขียนความรู้ทางศาสนาหรือ ออรามะ ผู้รู้ทางศาสนา ในยุคต่างๆ รวมถึงวัตถุต่างๆในอดีต เช่น ที่วางคัมภีร์ เสื้อหมวก กริช เรือ เกวียน และอื่นๆ ..ทุกที่ล้วนมีประวัติศาสตร์ มีความทรงจำและมีเรื่่องราว ที่น่าสนใจเสมอ
ผมสนใจ ผืนกระดาษเก่าที่ซีดจางตามกาลเวลา ปรากฏภาพของเรือกอและ เรือพื้นบ้านแห่งชายฝั่งปักษ์ใต้ของไทย ซึ่งถือเป็นแผนผังความรู้ที่บันทึกภูมิปัญญาช่างเรือของชุมชนมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ ทั้ง ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส สิ่งที่ทำให้ภาพนี้พิเศษยิ่งขึ้น คือคำกำกับส่วนต่าง ๆ ของเรือที่เขียนด้วยอักษรอาหรับแบบยาวี (Jawi) ซึ่งเป็นการใช้อักษรอาหรับถ่ายทอดเสียงภาษามลายูถิ่นปัตตานี หลายคำจึงไม่ใช่อาหรับมาตรฐาน หากเป็นคำท้องถิ่นที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมชายฝั่งแห่งนี้อย่างชัดเจน
บริเวณลำเรือส่วนยาว มีคำซึ่งเข้าใจว่าใช้เรียกกระดูกงูเรือ แกนกลางที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของลำเรือ เป็นโครงสร้างสำคัญที่รับน้ำหนักทั้งหมดของเรือ ถัดมาปรากฏสิ่งที่เรียกว่าชั้นที่สองหรือลำดับที่สอง ที่บ่งบอกการแบ่งชั้นโครงสร้างไม้ตามลำเรือ แต่เมื่อสายตาเลื่อนไปยังหัวเรือ ส่วนโค้งสูงที่เชิดขึ้นราวเปลวไฟหรือหงส์กำลังโผบิน จะเห็นคำที่หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ ราวกับย้ำว่าหัวเรือไม่ได้มีหน้าที่เพียงตัดคลื่น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีและตัวตนของเจ้าของเรือ ในขณะที่ส่วนล่างของลำเรือมีคำว่าพื้นหรือแผ่นรอง ดาดฟ้าที่ชาวประมงใช้ยืนทำงาน ภาพอีกมุมหนึ่งของหัวเรือปรากฏคำทีบ่งบอกถึงยอดหัวเรือที่ยกสูงเด่นที่สุด ….
เมื่อพิจารณาโดยรวม ภาพนี้จึงไม่ใช่เพียงงานศิลป์ หากเป็นตำราเรือฉบับชุมชน แสดงทั้งลวดลายประดับ อุปกรณ์ประมง และโครงสร้างภายในลำเรือ ตั้งแต่กราบเรือ ซี่โครง คานขวาง กระดูกงู พื้นท้องเรือ ไปจนถึงหัวและท้ายที่โค้งมนรับคลื่นทะเล ทุกส่วนมีชื่อเรียก มีหน้าที่ และมีความหมาย
ดังนั้นลวดลายที่ประดับหัวเรือ นกปีกกาง เถาวัลย์คดโค้ง ลายเกล็ด และเส้นกนกผสมกลิ่นอายมลายู–ไทย ล้วนสะท้อนอิทธิพลศิลปะอิสลามที่หลีกเลี่ยงภาพมนุษย์ แต่ถ่ายทอดความงามผ่านธรรมชาติและสัตว์ในเชิงสัญลักษณ์ สีแดง น้ำเงิน เขียว และทอง ตัดกันสดใส โดดเด่นแม้กลางทะเลกว้าง
เรือกอและจึงไม่ใช่เพียงพาหนะหาปลา หากเป็นงานศิลปะลอยน้ำ เป็นความภาคภูมิใจของชุมชน และเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวการอยู่ร่วมกันของภาษา ศาสนา และทะเล ผ่านเส้นสายลายไม้ที่ต่อขึ้นด้วยมือ และถ้อยคำยาวีที่จารึกกำกับไว้อย่างงดงามบนแผ่นภาพใบนี้










ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น