แนวคิด Zomia ของ Jame C Scott โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล


 

James C. Scott และแนวคิด The Art of Not Being Governed: ภูมิประเทศแห่งการหลีกหนีรัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้       หนังสือ The Art of Not Being Governed: An Anarchist History of Upland Southeast Asia (2009) ของ James C. Scott นักมานุษยวิทยาและนักรัฐศาสตร์ชื่อดัง เสนอกรอบคิดที่ท้าทายความเข้าใจดั้งเดิมเกี่ยวกับรัฐ ชาติพันธุ์ และการพัฒนา โดย Scott ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มชนจำนวนมากในพื้นที่ภูเขาสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้คนที่ล้าหลังหรือยังไม่ได้พัฒนาหากแต่เป็นกลุ่มที่ จงใจหลีกเลี่ยงการถูกปกครองและควบคุมโดยรัฐ ผ่านวิถีชีวิตและการจัดระเบียบสังคมของตนเอง





        Scott ใช้คำว่า “Zomia” เพื่ออธิบายพื้นที่ภูเขาสูงที่ทอดยาวครอบคลุมเวียดนาม ลาว กัมพูชา ไทย เมียนมา จีนตอนใต้ ไปจนถึงบางส่วนของอินเดียและบังกลาเทศ พื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากที่มีภาษา วัฒนธรรม และรูปแบบการดำรงชีวิตที่หลากหลาย แนวคิด Zomia จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็น ภูมิทัศน์ทางการเมืองและมานุษยวิทยา ที่สะท้อนการเลือกอยู่นอกอำนาจรัฐ

      Zomia ในฐานะภูมิประเทศแห่งเสรีภาพ

      Scott เสนอว่า Zomia เป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้เพื่อ หลีกหนีอำนาจรัฐในที่ราบ ซึ่งมักผูกโยงกับการเก็บภาษี การเกณฑ์แรงงาน การควบคุมประชากร และการสร้างอัตลักษณ์แบบรัฐชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภูเขาจึงพัฒนากลยุทธ์ทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองที่ทำให้รัฐควบคุมได้ยาก

       ชุมชนเหล่านี้มักมี โครงสร้างสังคมแบบหลวมและกระจายอำนาจ ไม่มีระบบชนชั้นหรือราชาที่ตายตัว ทำให้รัฐไม่สามารถกำราบผ่านผู้นำศูนย์กลางได้ง่าย พวกเขายังเลือกใช้วิถีชีวิตที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น การตั้งถิ่นฐานชั่วคราว และการทำเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ซึ่งทำให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีหรือบังคับแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       วิถีชีวิต วัฒนธรรมและการต่อต้านผ่านการดำรงอยู่

      ใน Zomia ระบบเศรษฐกิจและสังคมมักไม่ขึ้นกับรัฐ แต่พึ่งพาเครือญาติ การแลกเปลี่ยนในชุมชน และเศรษฐกิจยังชีพ การทำ ไร่หมุนเวียน (shifting cultivation) เป็นหัวใจสำคัญของระบบนี้ เพราะไม่ต้องใช้ระบบชลประทานหรือโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และสามารถเคลื่อนย้ายพื้นที่เพาะปลูกได้เมื่อรัฐเข้ามาควบคุม  นอกจากนี้ Zomia ยังเป็นพื้นที่ที่มี ความหลากหลายทางภาษาและอัตลักษณ์สูง หลายกลุ่มไม่มีภาษาเขียนอย่างเป็นทางการ ซึ่ง Scott ตีความว่าเป็นกลยุทธ์หลีกเลี่ยงการถูกจดทะเบียนและควบคุมผ่านระบบราชการ การรักษาระบบการเล่าปากเปล่า ทำให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนอัตลักษณ์ เคลื่อนย้าย และปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นต่ออำนาจรัฐ

        กลุ่มชาติพันธุ์ใน Zomia: การต่อต้านผ่านวิถีชีวิต

       Scott ยกตัวอย่างกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง ม้ง อาข่า ละว้า ลาหู่ ไทใหญ่ และไทลื้อ ซึ่งมีประวัติการเคลื่อนย้ายขึ้นภูเขาเพื่อหลีกเลี่ยงรัฐ กลุ่มเหล่านี้ใช้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่น การย้ายถิ่นฐานบ่อย การไม่มีชื่อ   การจัดการทรัพยากรแบบชุมชน การปฏิเสธภาษาเขียน และการกระจายอำนาจผู้นำในระดับหมู่บ้าน เพื่อจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

     ในบางกรณี เช่น ชาวมอญและปะโอในพม่า มีการเปลี่ยนอัตลักษณ์ ชื่อ ภาษา และการแต่งกาย เพื่อหลบเลี่ยงการเกณฑ์แรงงานหรือการควบคุมของรัฐในช่วงรัฐรวมศูนย์ในศตวรรษที่ 18–19 กลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนการต่อต้านที่ไม่ใช้ความรุนแรง แต่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน

       Zomia ในฐานะข้อโต้แย้งทางการเมืองและทฤษฎีรัฐ

     Scott โต้แย้งแนวคิดวิวัฒนาการสังคมแบบคลาสสิกที่มองว่าการเข้าสู่รัฐคือขั้นตอน “พัฒนา” ของมนุษย์ เขาเสนอว่า การอยู่นอกรัฐอาจเป็นทางเลือกเชิงการเมืองที่มีเหตุผล เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเอารัดเอาเปรียบจากรัฐ เช่น ภาษี การเกณฑ์แรงงาน และการควบคุมวัฒนธรรม ในมุมนี้ Zomia จึงเป็น ประวัติศาสตร์ของการหลบหนีรัฐ (history of state evasion) ไม่ใช่เพียงประวัติศาสตร์ของชนชายขอบที่รอการพัฒนา

       ข้อถกเถียงและคำวิจารณ์

        อย่างไรก็ตาม แนวคิด Zomia ก็ถูกวิจารณ์ว่า กว้างเกินไปและโรแมนติไซส์การต่อต้านรัฐ นักวิชาการบางคนชี้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภูเขาไม่ได้หลีกเลี่ยงรัฐเสมอไป แต่มีปฏิสัมพันธ์และพึ่งพารัฐในหลายมิติ นอกจากนี้ บางกลุ่มยังมีโครงสร้างรัฐของตนเอง เช่น อาณาจักรไทใหญ่หรือรัฐล้านนา ซึ่งไม่สามารถจัดเป็น “ไร้รัฐ” ได้อย่างสมบูรณ์

     อีกทั้งการเชื่อมโยงกับแนวคิดอนาธิปไตยอาจไม่ตรงกับโลกทัศน์ของชุมชนเหล่านี้โดยตรง เพราะพวกเขาไม่ได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบอนาธิปไตยในเชิงทฤษฎี แต่เป็นการปฏิบัติที่เกิดจากบริบททางประวัติศาสตร์และการเอาตัวรอด

      Zomia และ Anarchist Anthropology

       แนวคิดของ Scott เชื่อมโยงกับ Anarchist Anthropology ซึ่งศึกษาสังคมที่สามารถดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐรวมศูนย์ โดยเน้นการจัดการตนเอง ความเท่าเทียม และการตัดสินใจแบบฉันทามติ แนวทางนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อความเป็นไปได้ของสังคมไร้รัฐและการเมืองแบบแนวราบ

       อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ก็เตือนว่าแนวคิดนี้อาจโรแมนติไซส์สังคมไร้รัฐ และละเลยความขัดแย้งภายในชุมชน รวมถึงข้อจำกัดในการประยุกต์ใช้กับสังคมสมัยใหม่ที่ซับซ้อน

      โลกที่เปลี่ยนไป: จากการหลบหนีรัฐสู่การถูกผนวกรวม

     ในโลกปัจจุบัน กลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากเริ่มตั้งถิ่นฐานถาวร และถูกผนวกรวมเข้าสู่โครงสร้างรัฐผ่านกฎหมายป่าไม้ ที่ดิน และนโยบายชาติพันธุ์ สิ่งเหล่านี้สร้าง ขอบเขตใหม่ของการควบคุมรัฐ ที่ลึกและละเอียดกว่าในอดีต แม้จะยังคงมีผู้นำทางจิตวิญญาณและระบบความรู้ท้องถิ่น แต่บทบาทของรัฐและผู้นำทางการเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

บทสะท้อนเชิงวิพากษ์

     ในมุมมองเชิงวิพากษ์ แนวคิดของ Scott เปิดพื้นที่ให้เราคิดถึง การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของตนเอง ลดการควบคุมของรัฐในมิติทางวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ

      Zomia จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ภูเขา แต่เป็น จินตนาการทางการเมืองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของชีวิตนอกการครอบงำของรัฐ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชากรชายขอบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ความคิดเห็น