ผมสอนวิชามานุษยวิทยาว่าด้วยร่างกายและกำลังรวบรวมทำเกี่ยวกับกายวิภาคร่างกายที่พบในที่ต่าง ๆ เพื่อทำหนังสือในรายวิชาตัวเอง …ในพิพิธภัณฑ์คัมภีร์อัลกุรอาน ที่ยี่งอ นราธิวาส ผมสะดุดใจกับภาพบนกรอบรูปอันหนึ่งที่เป็นรูปวาดคน และมีอักษรอาหรับกำกับอยู่ มีความหมายหลายอย่างซ่อนอยู่…และต้องถามผู้รู้..เพื่อเติมเต็มความคิด
ภาพนี้ไม่ใช่ภาพกายวิภาคเพื่ออธิบายกล้ามเนื้อหรือกระดูก หากเป็นแผนที่กายวิภาคสังคมของมนุษย์ ในความหมายเชิงจิตวิญญาณ ร่างกายถูกวาดขึ้นเป็นพื้นที่รองรับถ้อยคำ ถ้อยคำที่ทำหน้าที่มากกว่าคำอธิบาย แต่เป็นการจัดวางโลกทัศน์ลงบนเรือนร่างมนุษย์
บนศีรษะปรากฏชื่อ อาดัม (آدم) มนุษย์คนแรกในจักรวาลศาสนาอิสลาม ร่างกายจึงไม่ได้เริ่มต้นจากชีววิทยา แต่เริ่มจากปฐมมนุษย์ ผู้เป็นต้นสายของมนุษยชาติ ศีรษะจึงกลายเป็นจุดกำเนิดทั้งเชิงชีวภาพและเชิงอภิปรัชญา ใต้ลงมาคือคำว่า عقل (ʿAql) สติปัญญา, فكر (Fikr) ความคิด, และ نظر (Naẓar) การมองเห็น ศีรษะจึงเป็นพื้นที่ของเหตุผล การไตร่ตรอง และการรับรู้ โลกภายนอกไหลเข้าสู่มนุษย์ผ่านสายตา ก่อนจะถูกกลั่นกรองด้วยปัญญา
บริเวณคอมีคำว่า دارة الدم วงจรเลือด ชวนให้เห็นว่าระบบชีวิตไม่ใช่เพียงระบบจิต แต่เลือด ของเหลว คือสิ่งที่ไหลแห่งชีพ ซึ่งหมุนเวียนเชื่อมศีรษะกับหัวใจ ร่างกายจึงเป็นเครือข่ายการไหลเวียน ทั้งของเลือด ความคิด และความหมาย
กลางอกคือ قلب (Qalb) หัวใจ คำนี้ในภาษาอาหรับไม่ได้หมายถึงอวัยวะสูบฉีดเลือดเท่านั้น แต่หมายถึง “ศูนย์กลางแห่งการกลับเปลี่ยน” (รากศัพท์เดียวกับการพลิกกลับ) ข้างกันคือ هاتف (Hātif) เสียงเร้นลับ เสียงเรียกจากภายใน หัวใจจึงเป็นที่ตั้งของการได้ยินสิ่งที่มองไม่เห็น เป็นพื้นที่ของสัญชาตญาณ ศรัทธา และการตื่นรู้
ลำตัวด้านหนึ่งปรากฏคำว่า مطية نفس (Maṭiyyat Nafs) หรือการเป็นพาหนะของอัตตา เพราะร่างกายถูกนิยามว่าเป็นพาหนะที่จิตหรือ nafs ใช้สัญจรในโลกนี้ ความคิดนี้สะท้อนมโนทัศน์ในสายจิตวิญญาณอิสลามที่เห็นว่ามนุษย์มีมิติซ้อนทับกัน ระหว่างร่าง (jism), ใจ (qalb), และอัตตา (nafs) ร่างกายจึงมิใช่ตัวตนทั้งหมด แต่เป็นสิ่งที่ถูกใช้ ถูกฝึก และถูกควบคุม
ช่วงขาปรากฏคำว่า رزق و أمل ปัจจัยยังชีพและความหวัง ขาคือส่วนที่พามนุษย์ออกไปแสวงหาเลี้ยงชีพ เดินตามความหวัง แต่ปลายเท้าข้างหนึ่งเขียนว่า انت ناقص แปลว่า “เจ้ายังไม่สมบูรณ์” อีกข้างกล่าวถึง فتنة… سكران คือการทดสอบ ความลุ่มหลง ความมึนเมา ราวกับเตือนว่าเส้นทางแห่งปัจจัยยังชีพและความหวังนั้นเต็มไปด้วยบททดสอบมากมาย
มุมล่างของภาพมีคำว่า حلال حرم ฮาลาลและฮารอม เส้นแบ่งระหว่างสิ่งอนุญาตกับต้องห้าม ศีลธรรมจึงไม่ได้ลอยอยู่ในนามธรรม หากฝังอยู่กับเรือนร่าง ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการกิน การมอง การกระทำ ล้วนเกี่ยวพันกับเส้นแบ่งนี้
เส้นสีดำที่พันรอบลำตัวเหมือนเถาวัลย์หรือสายพลัง ทำให้ภาพดูคล้ายแผนผังไสยศาสตร์ (talismanic diagram) มากกว่าภาพประกอบศาสนบัญญัติ มันเสนอว่าร่างกายคือพื้นที่ของแรงดึงหลายทิศ เหตุผล หัวใจ อัตตา เลือด ศีลธรรม ความหวัง และความลุ่มหลงทั้งหมดถักทอกันเป็นโครงข่ายชีวิต
ภาพแบบนี้ปรากฏในที่อื่น ๆ ที่เรียกว่าจักรวาลวิทยาเชิงกายภาค (Cosmological Body) ในบางต้นฉบับเปอร์เซียและออตโตมัน มีภาพมนุษย์ จักรวาลย่อส่วน (microcosm) ซึ่งมีลักษณะร่วมกันคือศีรษะเชื่อมกับฟ้าหน้าอกเป็นศูนย์กลาง ขาเชื่อมโลกวัตถุ และมักใส่คำเชิงศีลธรรม คล้ายแนวคิดที่นักปรัชญาอย่าง Ibn ʿArabi ใช้ ที่สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์คือภาพสะท้อนจักรวาล นอกจากนี้ในศาสนาอื่น ๆ ภาพแบบนี้มีโครงสร้างคล้ายกับแผนผังจักระในศาสนาฮินดู–พุทธ
แผนผังพลังชี่ในจีน (เส้นลมปราณ) หรือภาพมนุษย์ในเวทมนตร์ยุโรปยุคกลาง ทั้งหมดใช้ร่างกายเป็นแผนที่ของพลัง ศีลธรรม หรือจักรวาล
เมื่อเราลองเชื่อมโยงกับมานุษยวิทยาว่าด้วยร่างกาย
ในมานุษยวิทยา ร่างกายไม่เคยเป็นเพียงวัตถุชีวภาพ หากเป็นร่างกายเชิงสังคมและร่างกายเชิงสัญลักษณ์ดังที่นักมานุษยวิทยาอย่าง Marcel Mauss เคยเสนอแนวคิดเรื่อง techniques of the body ว่าวิธีใช้ร่างกาย ทั้ง การเดิน การนั่ง การกิน ล้วนถูกหล่อหลอมโดยวัฒนธรรม ภาพนี้ก็ทำสิ่งคล้ายกัน แต่ไปไกลกว่า มันไม่ได้บอกแค่ว่าร่างกายถูกฝึกอย่างไร หากบอกว่าแต่ละส่วน “มีความหมาย” อะไรในจักรวาลศีลธรรม
ขณะที่ Michel Foucault ชี้ให้เห็นว่าร่างกายเป็นพื้นที่ของอำนาจและการกำกับควบคุม (discipline) ภาพนี้สะท้อนอำนาจในอีกแบบหนึ่ง อำนาจศาสนาและศีลธรรมที่จัดวางคำว่า ฮาลาล/ฮารอม ลงบนร่างกายโดยตรง การควบคุมจึงมิใช่เพียงสถาบันภายนอก แต่เป็นการเฝ้าระวังตนเองผ่านหัวใจและอัตตา
ด้านแนวคิดเรื่องร่างกายเชิงสัญลักษณ์ของ Mary Douglas ซึ่งเสนอว่าร่างกายมักถูกใช้เป็นภาพแทนของระเบียบสังคม ภาพนี้ก็ทำหน้าที่นั้น ร่างกายถูกจัดเป็นชั้น ๆ เหมือนโครงสร้างศีลธรรม: ศีรษะ เท่ากับเหตุผล, หัวใจเท่ากับศูนย์กลางจิตวิญญาณ, ขาเท่ากับการแสวงหาในโลกวัตถุ เส้นแบ่งฮาลาล/ฮารอมจึงเปรียบเสมือนเส้นเขตแดนของสังคมที่ลากผ่านผิวหนังมนุษย์
ในอีกมิติหนึ่ง ภาพนี้สอดคล้องกับแนวคิด “สามระดับของร่างกาย” ของ Nancy Scheper-Hughes และ Margaret Lock ที่พูดถึง
1. ร่างกายส่วนบุคคล (individual body)
2. ร่างกายสังคม (social body)
3. ร่างกายการเมือง (body politic)
แผนผังนี้รวมทั้งสามระดับเข้าด้วยกัน หัวใจและอัตตาคือระดับบุคคล ฮาลาล–ฮารอมคือระดับสังคม และการควบคุมตนเองผ่านศรัทธาคือระดับการเมืองของร่างกาย
ภาพนี้จึงไม่ใช่เพียงงานศิลป์หรือไสยศาสตร์ หากเป็น จักรวาลวิทยาที่เขียนลงบนเนื้อหนังมนุษย์ถูกวางไว้กึ่งกลางระหว่างสวรรค์กับโลกวัตถุ ศีรษะรับแสงแห่งเหตุผล หัวใจรับเสียงเร้นลับ ขาก้าวไปสู่ปัจจัยยังชีพ แต่ทุกย่างก้าวถูกคั่นด้วยเส้นแบ่งศีลธรรม
ในสายตาของมานุษยวิทยา ภาพนี้ยืนยันว่า ร่างกายไม่เคยเป็นกลาง มันคือพื้นที่ที่ศาสนา ศีลธรรม อำนาจ และความหวัง มาบรรจบกัน เป็นแผนที่ที่บอกว่าการเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพียงการมีเลือดไหลเวียน แต่คือการเดินอยู่ท่ามกลางบททดสอบ ระหว่างฮาลาลกับฮารอม ระหว่างอัตตากับหัวใจ ระหว่างความไม่สมบูรณ์กับความหวังที่จะเติมเต็ม.















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น