ethno-erotic economies ในชนพื้นเมือง เคนย่า โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล

 



หนังสือ Ethno-erotic Economies: Sexuality, Money, and Belonging in Kenya เขียนโดย George Paul Meiu ( 2017) ซึ่งเป็นงานมานุษยวิทยาที่โดดเด่นเรื่องเพศ เศรษฐกิจ และการรู้จำในโลกหลังอาณานิคม  

     หนังสือเล่มนี้ศึกษาปรากฏการณ์เศรษฐกิจทางเพศเชิงชาติพันธุ์ (ethno-erotic economies) ในภูมิภาคชายฝั่งของเคนยา โดยเฉพาะเมื่อ ชายหนุ่มชนเผ่า (เช่น Samburu) ใช้ภาพลักษณ์ทางเพศและวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงการแลกเปลี่ยนกับผู้หญิงยุโรป ทั้งในรูปแบบของการออกเดท การมีเพศสัมพันธ์แบบจ่ายเงิน การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ฯลฯ และจากนั้นนำเงิน/สินค้ากลับไปสู่ชุมชนของตนเอง  

    ผู้เขียนวิเคราะห์ว่า การสร้างและแลกเปลี่ยนความใกล้ชิดทางเพศและภาพลักษณ์ชาติพันธุ์กลายเป็นช่องทางเศรษฐกิจและการยกระดับสถานะ ที่ส่งผลต่อชีวิตครอบครัว สังคม และแนวคิดเรื่องความเป็นผู้ใหญ่และการเป็นสมาชิกที่เคารพได้ในสังคมท้องถิ่น  แนวคิดสำคัญประกอบด้วย

     1. เศรษฐกิจของเพศและชาติพันธุ์ (Ethno-erotic economies) โดยแนวคิดหลักของหนังสือสะท้อนว่าบางรูปแบบของการแลกเปลี่ยนทางเพศไม่ได้เป็นแค่เรื่องความใกล้ชิดส่วนบุคคล แต่กลายเป็น สินค้าที่เกี่ยวพันกับเงิน ความต้องการทั่วโลก และวิธีที่ชาติพันธุ์ถูกสร้างภาพลักษณ์ขึ้นเพื่อดึงดูดตลาดท่องเที่ยวเชิงเพศ  

     2. การใช้ภาพลักษณ์วัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่า ชายหนุ่มชนเผ่าใช้สัญลักษณ์ เช่น ภาพของนักรบแอฟริกันที่แข็งแรงและมีเสน่ห์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเปลี่ยนภาพลักษณ์วัฒนธรรมให้กลายเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ  

     3. แรงกดดันจากเงินท่องเที่ยวและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสัมพันธ์ เมื่อชายหนุ่มนำเงินและของขวัญกลับมาชุมชน บ้านเกิดของพวกเขาเปลี่ยนไป ส่งผลต่อบทบาทในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ การแต่งงาน และบทบาทของผู้ใหญ่ในสังคม  

      4. การเชื่อมโยงระหว่างเพศ ความเป็นชาติ และการยอมรับทางสังคม ในหนังสือแสดงให้เห็นว่า ความใกล้ชิดทางเพศไม่ได้แยกจากบริบททางชาติพันธุ์และการยอมรับในสังคม แต่เชื่อมโยงลึกถึงแนวคิดเรื่องความเป็นสมาชิกของสังคม (belonging) การเคารพ และสถานะทางการเงิน  

      ตัวอย่างเชิงรูปธรรมจากหนังสือ ที่น่าสนใจคือ

      ตัวอย่างของชายหนุ่มชนเผ่าในชายฝั่งเคนยา ที่ปรากฏตัวในบาร์และบนชายหาด ชายหนุ่มที่มาจากภูมิภาคชนบทพยายามสร้างภาพตัวเองเป็นชายที่มีเสน่ห์ทางเพศ โดย ใช้อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ (เช่น ความเป็น “morans” นักรบวัยหนุ่มของชนเผ่า Samburu) เพื่อดึงดูดผู้หญิงยุโรป ซึ่งบางครั้งจบลงด้วยการมีความสัมพันธ์ที่มีการแลกเปลี่ยนเงิน/ของขวัญด้วย  

       ตัวอย่างของการนำเงินกลับบ้าน เมื่อชายหนุ่มกลับมาที่ชนบทพร้อมเงินหรือของขวัญจากผู้หญิงชาวยุโรป การลงทุนของพวกเขาในการ สร้างบ้าน สินค้าฟุ่มเฟือย หรือจัดงานสังคม ทำให้พวกเขาได้รับสถานะใหม่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อค่านิยมดั้งเดิม เช่น ความคาดหวังเรื่องการแต่งงานและการเป็นหัวหน้าครอบครัว          

     ตัวอย่างของการแสดงภาพลักษณ์ในพิธีกรรมชุมชนโดยหนังสือยังกล่าวถึงบทบาทของการแลกเปลี่ยนของขวัญและเงินใน พิธีกรรมประเพณี (เช่น Lopiro Ceremonies) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการสะสมเงินและสิ่งที่มากับมันส่งผลต่อความรู้สึกของการเป็นผู้มีฐานะและความเป็นสมาชิกในชุมชนอย่างไร  

        George Paul Meiu ได้พาผู้อ่านเข้าไปสำรวจโลกของความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยกรอบศีลธรรมแบบตะวันตกที่แยก “ความรัก” ออกจาก “เงิน” หรือแยก “ตัวตนแท้จริง” ออกจาก “การแสดงบทบาท” อย่างเด็ดขาด หนังสือเล่มนี้ตั้งอยู่บนฉากหลังของพื้นที่ชายฝั่งเคนยา ซึ่งเป็นจุดบรรจบของการท่องเที่ยวโลกาภิวัตน์ ความปรารถนาทางเพศแบบเชื้อชาติ และวิถีชีวิตของชายหนุ่มชนเผ่า Samburu ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม

       Meiu เสนอให้มองความสัมพันธ์ระหว่างชาย Samburu กับผู้หญิงยุโรปไม่ใช่ในฐานะการค้าประเวณีหรือการแสวงหาประโยชน์แบบเส้นตรง หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาเรียกว่า ethno-erotic economie ระบบการแลกเปลี่ยนที่ชาติพันธุ์ ความเป็นชาย และความใกล้ชิดทางเพศถูกทำให้กลายเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคม ชาติพันธุ์ในที่นี้มิได้ดำรงอยู่ในฐานะอัตลักษณ์ที่ตายตัว แต่ถูกผลิตซ้ำผ่านการแสดง การเล่าเรื่อง และการจัดวางร่างกายให้สอดคล้องกับจินตนาการของผู้หญิงยุโรปที่มองหา “ชายแอฟริกันแท้” ที่แข็งแรง อ่อนโยน และยังไม่ถูกทำให้เป็นสมัยใหม่จนหมดเสน่ห์

     ชายหนุ่ม Samburu โดยเฉพาะกลุ่ม morans ซึ่งตามจารีตเดิมยังไม่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว กลับพบว่าในพื้นที่ชายฝั่ง สถานะความเป็นผู้ที่ยังไม่แต่งงาน ยังไม่ถูกผูกมัด สิ่งนี้เองที่ทำให้พวกเขากลายเป็นวัตถุแห่งความปรารถนา ความเป็นนักรบ ความแข็งแรงของร่างกาย และการแต่งกายแบบชนเผ่าถูกทำให้กลายเป็นทุนเชิงสัญลักษณ์ ชายหนุ่มเหล่านี้เรียนรู้ที่จะแสดงตัวตนของความเป็น Samburu ในแบบที่ตลาดการท่องเที่ยวและความต้องการเชิงเชื้อชาติคาดหวัง การแสดงดังกล่าวไม่ใช่การโกหก หากแต่เป็นแรงงาน ที่เรียกว่า แรงงานทางอารมณ์และแรงงานทางวัฒนธรรม ที่ต้องอาศัยการควบคุมความรู้สึก การเอาใจใส่ และการสร้างความใกล้ชิดให้ดูจริงใจ

        ชาย Samburu ทำอะไรบ้าง? ในธุรกิจนี้  แต่งกายแบบชายชนเผ่าแท้ เล่าเรื่องชีวิตชนบท แสดงความอบอุ่น อ่อนโยน ปกป้อง และทำตัวเป็นแฟนที่เข้าใจไม่ใช่ลูกค้าทั่วไป 

      ในความสัมพันธ์กับผู้หญิงตะวันตกผิวขาว เงินไม่ได้ทำลายความรัก แต่ทำให้ความรักมีความหมาย นี่คือการท้าทายสามัญสำนึกแบบตะวันตกอย่างแรง ในกรอบคิดของงานชิ้นนี้  เงิน ไม่ใช่สิ่งสกปรก เงิน คือรากฐานของความผูกพัน และเงินคือการลงทุนในความสัมพันธ์

   ตัวอย่างเชิงรูปธรรม เช่นผู้หญิงยุโรป จ่ายค่าเช่าบ้าน ซื้อโทรศัพท์ และส่งเงินให้ครอบครัวฝ่ายชาย ในสายตาชุมชน Samburu นี่ไม่ใช่การขายตัว แต่คือ ความสามารถในการเป็นลูกผู้ชายที่ เลี้ยงดูคนอื่นได้ ดังนั้นเงินจึงทำให้ชายหนุ่มขยับสถานะ ใช้ต่อรองอำนาจในครอบครัว และใช้เข้าสู่พิธีกรรมสำคัญของชีวิต เช่น แต่งงาน เปลี่ยนผ่านสถานะทางสังคม 

      ในโลกของ ethno-erotic economies เงินไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ทำลายความรัก ตรงกันข้าม เงินและของขวัญกลับเป็นภาษาสำคัญของความผูกพัน การที่ผู้หญิงยุโรปช่วยจ่ายค่าเช่าบ้าน ซื้อโทรศัพท์ หรือส่งเงินไปยังครอบครัวของฝ่ายชาย ไม่ได้ถูกตีความว่าเป็นการซื้อบริการทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ที่ “มีน้ำหนัก” และมีความหมายในเชิงศีลธรรม เงินเหล่านี้สามารถถูกนำไปแปลงเป็นสถานะในชุมชน เป็นการลงทุนในบ้าน ในปศุสัตว์ หรือในพิธีกรรมสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นเงื่อนไขของการก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ตามจารีต

     Meiu แสดงให้เห็นว่าความเป็นสมาชิกของชุมชน (belonging) ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยอัตโนมัติจากการเกิด แต่เป็นสิ่งที่ต้องผลิตซ้ำผ่านการแลกเปลี่ยน การแบ่งปัน และการผ่านพิธีกรรม ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้นตรงที่เงินจากความสัมพันธ์กับคนนอกกลับกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการยืนยันความเป็นคนในของชุมชน Samburu  เพราะชาย Samburu ต้องแสดงความเป็นชาย ต้องสะสมทรัพยากร ต้องแบ่งปันให้ครอบครัวและผ่านพิธีกรรม และสิ่งที่ย้อนแย้งกันก็คือ เงินจากความสัมพันธ์กับคนนอก กลับเป็นเงื่อนไขของการเป็นคนใน

     อย่างไรก็ตาม หนังสือไม่ได้โรแมนติกกับกระบวนการนี้ หากแต่เน้นย้ำความคลุมเครือและความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ ชายหนุ่มอาจได้รับการยอมรับมากขึ้นจากความมั่งคั่ง แต่ก็อาจถูกตั้งคำถามถึงศีลธรรม ผู้หญิงยุโรปอาจถูกมองว่าเป็นผู้ให้โอกาส แต่ก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระเบียบทางสังคมดั้งเดิม

    ท้ายที่สุด Ethno-erotic Economies ชี้ให้เห็นว่าเพศ เงิน และชาติพันธุ์ไม่ใช่มิติที่แยกจากกัน หากแต่ถักทออยู่ในโครงสร้างอำนาจระดับโลกและชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแนบแน่น หนังสือเล่มนี้จึงเปิดพื้นที่ให้เราคิดใหม่เกี่ยวกับความรัก ความใกล้ชิด และการแลกเปลี่ยไม่ใช่ในฐานะเรื่องส่วนตัวล้วน ๆ แต่ในฐานะกระบวนการทางสังคมที่เต็มไปด้วยการต่อรอง การแสดง และความไม่แน่นอน

    เตรียมสิ่งที่จะสอนพรุ่งนี้  อารมณ์ ความผูกพัน เพศวิถี ชาติพันธุ์ กับมานุษยวิทยาเศรษฐกิจ หาวีดีโอเกี่ยวกับเรื่องนี้มาประกอบด้วยน่าจะช่วยทำให้นักศึกษามองเห็นภาพและเชื่อมโยงกับแนวคิดทฤษฎีมากขึ้น

ความคิดเห็น