ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรียนมหาวิทยาลัย(3)


บริเวณหมู่บ้านตาดฟ้าไม่มีร้านค้า ถ้าจะซื้อของต้องลงไปที่บ้านดงสะคร่าน ผมเคยเดินลงไปหลายกิโลเมตรเพื่อซื้อขนม น้ำอัดลม ที่ไม่ได้กินมานานหลายเดือนหรือหาก๋วยเตี๋ยวกิน บางทีก็ลงมาโทรศัพท์บ้าง รถมอเตอร์ไซค์ที่มาขายกับข้าวก็เข้ามาอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เพราะมาลำบาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝนขึ้นมาไม่ได้เลย รถอาหารนี้เราเรียกว่ารถพุ่มพวง ที่จะมีขนม มีอาหารพวกหมู  ปลาหมึก ปลาทู ผัก ผลไม้และเครื่องปรุงอื่นๆมาขายในหมู่บ้าน มีบ่อยครั้งที่ผมซื้อสิ่งของเหล่านี้มาทำให้ครอบครัวที่ผมพักคือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกินเป็นประจำ
ตอนที่ผมเข้ามาอยู่ผู้ใหญ่น้อยบ้านดงสะคร่านพาผมขึ้นมาส่งที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตอนแรกผมรู้สึกเขินที่ต้องมาพักกับบ้านผู้ช่วยอย่างกระทันหันฉับพลัน โดยที่ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ประสานมาก่อน และผมเป็นผู้ชาย ลูกผู้ช่วยก็มีผู้หญิงที่กำลังเป็นสาว แต่โชคดีที่แกมีลูกผู้ชายกำลังเรียนม.ต้น อยู่ก็เลยทำให้ปัญหาตรงนี้ขจัดไปได้ แต่ก็ทำให้ผมอดเกรงใจและกลัวไม่ได้ว่าตัวเองจะสร้างภาระให้กับครอบครัวที่เราจะต้องอาศัยอยู่ด้วยเป็นเวลาสามเดือน แต่ก็โชคดีที่ผู้ช่วยก็ไม่รังเกียจและให้ผมอยู่ที่นี่ โดยมีผ้าห่มและผ้าปูให้ผมนอนที่ข้างนอกชาน เพราะห้องนอนแกมีแค่สองห้อง เป็นห้องของผู้ช่วยกับภรรยาและห้องลูกๆของแก สำหรับผมนอนที่ไหนก็ได้ไม่ใช่ปัญหา ขอให้มีที่ซุกหัวนอนก็พอ แค่นี้พวกขาก็ให้น้ำใจกับคนแปลกหน้าอย่างผมอย่างที่สุดแล้ว
ผมอยู่ที่นี่ผมได้ประสบการณ์ใหม่ๆเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เช่นกบภูเขาอ่อมใส่มะละกอ ผมช่วยครอบครัวผู้ช่วยฯเดือนละ 500 บาทสำหรับค่าอาหารการกินและที่พักอาศัยตอนแรกแกไม่ยอมรับแต่ผมขอให้แกรับไว้เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากจะตอบแทนแม้ว่ามันจะเล็กน้อยมากก็ตาม แกจึงรับไว้ เวลากินอาหารแกมักจะถามผมว่ากินได้ไหม อยากกินอะไรไหม แต่ผมก็บอกว่าผมมาเรียนรู้วิถีชีวิต กินอะไรก็ได้ กินแบบที่ที่นี่กินกันทุกวัน ไม่ต้องอะไรมากมาย มีกระรอกกินกระรอกที่ยิงมาได้จากป่า มีกบกินกบที่หามาได้จากลำธารหรือเถา พืชสีเขียวจากน้ำตกที่นำมาลาบกินได้ ซึ่งทำให้ผมรู้เรื่องพืชและอาหารการกินของที่นี่มาก รวมทั้งเรื่องของความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับป่า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การนอน มานุษยวิทยาและนักมานุษยวิทยา โดย นัฐวุฒิ สิงห์กุล

 เข้านี้หลังจากตื่นนอน อยากเขียนการนอนในมิติทางมานุษยวิทยากับนักมานุษยวิทยา...    ผมเริ่มต้นกับการลองตั้งคำถามเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับการนอนว่า อะไรคือการนอน ทำไมต้องนอน นอนที่ไหน นอนเมื่อไหร่ นอนอย่างไร นอนกับใคร นอนเพื่ออะไรและอื่นๆ..เพื่อจะได้รู้ความสัมพันธ์ของการนอนในมิติต่างๆ การนอนของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆแตกต่างจากมนุษย์หรือไม่    หากเปรียบเทียบการนอนของ มนุษย์กับสัตว์สปีชี่ส์อื่นมีการนอนต่างกันหรือเหมือนดันอย่างไร ตัวอย่างเช่น ยีราฟจะนอนครั้งละ 10 นาที รวมระยะเวลานอนทั้งหมด 4.6 ชั่วโมงต่อวัน สัตว์จำพวกค้างคาว และเม่นมีการนอนมากกว่าสัตว์อื่นๆเพราะใช้เวลานอน 17-20ชั่วโมงต่อวัน    สำหรับมนุษย์ การนอนคือส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในประสบการณ์ของมนุษย์ การสำรวจการนอนข้ามวัฒนธรรมน่าจะทำให้เราเข้าใจความหมายและปฎิบัติการของการนอนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น..     การนอนอาจจะเป็นเรื่องของทางเลือก แต่เป็นทางเลือกที่อาจถูกควบคุมบังคับ โดยโครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรม นอนเมื่อไหร่ นอนเท่าไหร่ นอนที่ไหน นอนอย่างไร และนอนกับใคร..     ในสังคมตะวันตก อุดมคติเก...

เฟอร์ดิน็องต์ เดอร์ โซซูร์

เฟอร์ดิน็องต์ เดอร์ โซซูร์ (1857-1923) นักภาษาศาสตร์ชาวสวิสเซอร์แลนด์ เป็นผู้มีบทบาทอย่างสำคัญในประวัติศาสตร์ของพวกโครงสร้างนิยม   ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสัญวิทยาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ เลวี่ สเตร๊าท์ (Levi-Strauss) ชาร์ค ลากอง (Jacques Lacan) และ โรล็องต์ บาร์ธ (Roland Barthes) รวมถึง มิเชล ฟูโก้ (Micheal Foucault) ที่ได้กลับมาวางรางฐานและปฎิเสธเกี่ยวกับโครงสร้างนิยม ภายใต้ทิศทางใหม่ของหลังโครงสร้างนิยม (Post-Structuralism) ในคำบรรยายเริ่มแรกของเขาที่มหาวิทยาลัยเจนีวา ในช่วงปี 1906-1911 และการตีพิมพ์โครงร่างงานของเขาที่เขียนไว้ และคำบรรยายของเขาที่ลูกศิษย์ได้รวบรวมไว้ ภายหลังการมรณกรรมของเขาเมื่อปี 1915-1916   ภายใต้ชื่อ Course de linguistique   Generale ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษและเผยแพร่ในยุโรป ภายใต้ชื่อ Course in general linguistic ในปี 1960 เขาได้นำเสนอความคิดว่า การศึกษาภาษาศาสตร์ในปัจจุบัน สามารถศึกษาได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจากอีมิล เดอร์ไคม์ (Emile D...

Biomedical Model และ Bio-Psycho-social Mode

(1)        อะไรคือ Biomedical Model และ Bio-Psycho-social Model ? แนวคิดแบบจำลองทางชีวะการแพทย์ ( Biomeaical Model ) เริ่มต้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ที่ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์มีการพัฒนาอย่างเติบโตรวดเร็วและกว้างขวาง การค้นพบเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยอย่างกล้องจุลทรรศน์ ทำให้มนุษย์ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น แม้แต่สิ่งที่เล็กที่สุดในร่างกายของมนุษย์ รวมถึงเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์ใช้วินิจฉัยสาเหตุของโรคและความเจ็บป่วย แบบจำลองนี้ ดังนั้นแบบจำลองนี้เสนอว่า โรคหรือความผิดปกติทางกาย( Physiology )ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บ ความผิดปกติของพันธุกรรม ( Abnomal Genetics ) ความไม่สมดุลทางชีวะเคมี ( Biochemistry ) เรื่องของพยาธิวิทยา ( Pathology )   แบคทีเรีย หรือไวรัส หรือสิ่งอื่นๆที่คล้ายคลึงกันที่นำไปสู่การติดเชื้อและความเจ็บป่วยของมนุษย์ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ไม่ได้อธิบายบทบาทของปัจจัยทางสังคม( The role of Social factors )หรือความคิดของปัจเจกบุคคล  ( Individual Subjectivity ) โดยแบบจำลองทางชีวะ...