วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ต้นกับเพลงในความทรงจำ 7

หน้าปกอัลบั้ม เอ้ รงค์ สุภารัตน์ ชุดที่1

มีศิลปินหลายคนที่เพลงดัง แต่ศิลปินไม่รู้จัก บางคนตอนออกอัลบั้มไม่ดัง แต่หละงจากเลิกไปแล้วมีคนเอาเพลงไปคัฟเวอร์ใหม่ ทำให้เพลงเป็นที่รู้จัก อย่าง เพลงรักเก่าๆ ของโซล อาฟเตอร์ ซิกส์ (Soul After Six) มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเพลงนี้เป็นของวงสามหน่อ ศิลปินสามคนที่ผ่านเวทีสยามกลการ สามบุคลิกกับสามแนวเพลง มีคนหนึ่งที่ผมนึกถึงงานของเขา เมื่อครั้งได้ดูภาพยนต์เรื่อง สาระแนสิบล้อ ที่มีเพลงประกอบ ที่ติดหูว่า "ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งที่จริงนั้นเธอพักอยู่ชั้นบน ห้องสุดท้าย" เพลงนี้จริงๆ ผมได้ฟังครั้งแรกในคลื่อนวิทยุขสทบ. ในช่วงเวลาที่มีรายการเอะช็อค ที่จะเปิดโอกาสให้คนทางบ้านโทรศัพท์เข้ามาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณ ประสบการร์เจอผี บ่อยครั้งที่ก่อนเปิดรายการเพลงนี้จะถูกเปิดในรายการ ด้วยเสียงเปียโน เศร้าๆ ดูลึกลับ วังเวง ผมไม่รู้ว่าเพลงนี้ของใคร ชื่ออะไร จนกระทั่ง ได้มาท่ร้านเทปเก่า แล้วสะดุดตากับนักร้องผมยาวคนหนึ่ง ที่ไม่ได้หล่อเหลามาก แต่ผมสะดุดกับหน้าบกที่มีข้อความว่านายเอ้ กับเรื่องราวในกรุงเทพฯ ขัยร้องโดยเอ้ โปรดิวเซอร์และเรียบเรียงคือฮาร์ท (เบิร์ดกะฮาร์ท)ทุกเพลงแต่งโดยเอ้  ยกเว้นเพลงห้องสุดท้าย คำร้องโดยพี่หมูและเอ้ ทำนองโดยเอ้ บันทึกเสียงที่บ้านฮาร์ท และสตูดิโอ40 ปิ่นเกล้า บริษัทร่องเสีงลำไย ข้างบนมีโลโก้เบิร์ดกะฮาร์ท การันตี ผมเลยลองซื้อมาฟัง ตอนนั้นอยากหาฟังเพลงที่ไม่คุ้นหู ติดตลาดฟังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เพลงในอัลบั้มชุดนี้มีเพลงน่าสนใจหลายเพลง รวมทั้งหลายเพลงสะท้อนให้เห็นชีวิตของนักร้องหนุ่มที่เข้ามาแสวงหาอนาคตในกรุงเทพฯ ประสบการณ์เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงของเขา อย่างเพลงผีเสื้อราตรี ที่พูดถึงผู้หญิงทำงานกลางคืนต้องฟันฟ่าต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ทั้งผู้คน สุรา และความโสมมต่างๆ เพลง Moon เพลงนี้พูดถึงการตัดสินใจของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เธอได้ให้สายนำ้เป็นผู้ตัดสินเมื่อเธอโดจากสะพาย ที่เนื้อเพลงร้องว่า
"เมฆดำผ่านจันทร์หวานเต็มตา นำ้ขึ้นมาแรงรับแสงจันทร์ สะพานนั้น เธอคนหนึ่ง ฉันมองจนชัดเจนสายตา โถ เธอ อย่า เธอจ๊ะ เธออย่า เธอจ๋า มันช่างน่ากลัว ชำ้โกรธสิ่งใด คุ้นไหมคิดไกลหน่อยหนา ถอยมาอย่าตกใจ คิดใหม่อย่าใจร้อน ยื่นมือมาอย่าหันมองไป ค่อยทำใจเย็นไว้หน้ามน แต่เธอโหนตัวดิ่งไป หนาววูบเย็นมองเห็นเต็มตา น้ำพัดพาเธอหายไปจนคนร้องลั่นตกใจ"
เพลงในอัลบั้มนี้ผมชอบเพลง You ที่เบิร์ดกะฮาร์ด นำมาร้องใในอัลบั้มของตัวเอง แ่ต่ของเอ้ จะมีภาคภาษาไทยประกอบ  เนื้อเพลงมีอยู่ว่า
"You,the only truth i know is you . the only thing I feel  it's you when dark clouds high above.I know, for my life I will be there with you I sometimes I wonder why I'm here and now I feel the same I still care my mind's wondering it's just not here cross my heart ,I will be there with you ฉันเคยท้อใจ พลาดผิดหลังนานเกินไปจนบอบช้ำ แท้จริงทุกอย่าง สุขกว่านั้นคือฉันได้ฝันในอ้อมกอดเธอ  You are the most that i love "
เพลงที่ดังในอัลบั้มนี้น่าจะเป็นเพลงห้องสุุดท้ายเพราะมีความแปลกที่นำเรื่่องผีวิญญาณ ความตาย ควารักที่อยู่เหนือพรมแดนของธรรมชาติหรือโลกสามัญทั่วไป เข้ามาอยู่ในเพลง เพลงนี้มีเนื้อว่า
"ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งที่จริงนี้เราพบกันไม่นานเกือบสัปดาห์ มันเป็นคืนฟ้าฝนโปรยกระหนำ่ ที่ข้างทางพบใครยืนอยู่คอยโบกใต้ต้นไม้ ผมจึงจอดรับเพราะความเห็นใจ ให้อาศัยและนำเธอมาที่หน้าแมนชั่นนี้ คิ้วงามปากสีชมพูยิ้มพราย เมื่อปราศัยชอบใจรับฟังเธออย่างแอบศรัทธา ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งที่ฟังนั้นเธอพักอยู่ชั้นบนห้องสุดท้าย คุณจำได้ไหมหรือใครช่วยตาม อยากไถ้่ถามขอเพียงเห็นหน้าก็จะอบอุ่นใจ คุณคนๆนั้นคิดพลางถอนใจ ตอบออกไปสายตาประหวั่น ใครกันห้องสุดท้าย หรือคนก่อนนั้นที่เธอหายไป รถเธอชนที่โค้งต้นไทร หรือใครที่คุณถาม ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง เธออยู่ไหน"
เพลงชุดนี้จุดเด่นอยู่่ที่หลยเพลงนำเสียงเปียโนมาใช้ มีกีจาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้ามาช่วยเติมสีสรรในแต่ละเพลง
เพลงเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวของเอ้ ความลำบากของเขาในการก้าวเข้ามาเป็นศิลปิน เมื่อปี 2534 เบิร์ดและฮาร์ดได้เจอเอ้ที่ลานจอดรถของบริษัทคีตา เรคอร์ด  เอ้เดินทางมากรุงเทพฯเพื่อนำเสนองานเพลงที่เกิดจากมันสมองของเขากับบริษัทต่างๆในกรุุงเทพฯ แต่หนทางดังกล่าวก็ไม่เป็นดังที่เอ้หวังและดูเลือนลางทุกที แต่เบิร์ดกะฮาร์ดก็ได้ให้โอกาสกับเขา ดังที่เบิร์ดเขียนเอาไว้ในปกเทปว่า

"การพยายามเข้าสู่วงการเพลงของเอ้ ไม่แตกต่างจากกรณีของเบิร์ด และฮาร์ทในอดีตเท่าไหร่นัก ..งพวกผมเชื่อว่า ในบ้านเรายังมีนักดนตรีที่มีความสามารถอีกมากมายซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเอ้และพวกผมเมื่อก่อน แต่สิ่งที่แยกเขาและเราออกจากกันคือโอกาส พวกผมหวังว่า ผลงานของเอ้ชุดนี้ จะเป็นการเปิดประตูสู่โอกาส สำหรับผู้ที่จะตามมาอีกหลายๆท่านในอนาคต"
และนี่คือจุดเริ่มต้นของเอ้ รงค์ สุภารัตน์ ในเส้นทางดนตรี เพลงของเขาหลายเพลงมาจากจินตนาการและประสบการณ์ที่เขาได้เรียนรู้ผ่านการใช้ชีวิต ดังที่เขาเคยบอกว่า
"ผลงานชุดแรกเรื่องราวในกรุงเทพฯ คือผมเป็นคนหลายอารมณ์ ความคิดไม่ค่อยหยุดนิ่งอยู่กับที่ สิ่งที่ได้พบเห็นและได้สัมผัส ในช่วงระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา ได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงในบทเพลงต่างๆ เหล่านี้บ้าง จริงบ้าง จินตนาการบ้าง ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวคือ การสร้างอารมณ์หลากหลายให้กับผู้ฟัง..."



จากชุดแรก ก้าวสู่ชุดที่สอง  เอ้ รงค์สุภารัตน์  อัลบั้ม เรา ในสังกัดไมล์สโตร เร็คคอร์ด ของพี่ซัน มาโนช พุฒตาล อัลบั้มชุดนี้ เอ้ รงค์ สุภารัตน์ และภิทรู พลชนะ (เป้) เป็นโปร์ดิวเซอร์ เพลงชุดนี้น่าสนใจหลายเพลง เช่นเพลงอารมณ์ ที่เขาเขียนที่ผับแถมสุขุมวิท ให้กับผู้หญิงที่ดูเหงาๆคนหนึ่ง ที่มีเนื้อร้องว่า
"ในเวลาในอารมณ์แห่งความเหงาใจ ใครบางคนมองดูใคร ด้วยความเปลี่ยนเหงา สายตานั้นช่างเหม่อลอย แต่สายตานั้นมีความฝัน...รอคอย ในเวลาในอารมณ์แห่งความเหงาใจ ใครบางคนภายในใจ อาจจะปวดร้าว สายตานั้นได้บอกฉัน ว่าสายตานั้น ชินกับการรอคอย"
เพลงนี้บ่งบอกถึงคอนเซ็บในอัลบั้มนี้ได้ดี เพราะเอ้ บอกว่า ความโดดเดี่ยวกับความเหงาคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนโดดเดี่ยว แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่าเหงา  ในขณะที่บางคนรู้สึกเหงาทั้งที่ม่ได้อยู่โดดเดี่ยว  เช่นเดียวกับความเหงาที่เอ้ เรียนรู้และอยู่กับมัน ไม่ได้เกลียดมัน แต่รักมัน คุ้นเคยกับมันอย่างขาดไม่ได้ เขาเชื่อมโยงความรู้ึสึกนี้ผ่านบทเพลงในอัลบั้มนี้ มีหลายเพลงที่ผมชอบ เช่น เพลงเงา ที่บอกให้เราย้อนมองดูตัวเอง เข้าใจตัวเอง ไม่ใช่ตำหนิตัวเอง เพลงนี้มาจากความทรงจำของเอ้ที่คอยเตือนตัวเองเสมอ และเขาได้รับแรงบันดาลใจจากพจนา จันทรสันติ เพลงนี้มีเนื้อว่า
"แม้หากฉันได้มีมือแค่สองรวมกัน เธอคนเดียวทุกวันสัมผัสน้นคือเธอ และหากฉันได้มีใจอีกร้อยยืนยัน เธอคนเดียวต้องการให้เธอยึดครองไป ฉันวันนี้เป็นเพียงเงาที่ไร้กายา ตามเธอไปทุกครารู้เถิิดนะฉันห่วงใย ขอเพียงฉันได้มีกายที่เห็นเต็มตา จะดูแลเธอสัญญาพิสูจน์รักความจริงใจ เมื่อฉันต้องการชิดใกล้ ทุกครั้งพบความเศณ้าใจ เป็นเหมือนแค่ลมที่ผ่านไปแค่ความฝัน แต่ฉันไม่ยอมแพ้พ่าย ยอมเช็ดนำ้ตาที่เอ่อไหล ยอมทุกข์และทนต่อไปยอมปวดร้าว"
เพลงนี้ผมว่าคล้ายเพลงห้องสุดท้าย ที่พูดถึงเรื่องของความพลัดพรากและความเชื่อเรื่องวิญญาณ ซึ่งเลเพลงห้องสุดท้ายก็ถูกนำมาทำใหม่ในอัลบั้มนี้ด้วย ซึ่งเอ้บอกว่า มันเป็นเรื่องราวที่คนในสังคมไทยคุ้นเคย เรื่องภูติผีวิญญาณ  ซึ่งพี่หมู ธนิต ศิลปะกิจ เป็นคนแต่ง
เพลงอีกเพลงหนึ่งคือเพลงเงา ผมชอบมากเพราะมันคอยเตือนตัวเองไม่ให้ลืมความเป็นเรา
"เคยเป็นคนที่หัวใจรับใช้อุดมการณ์ เคยเป็นคนยืนกรานเคยขวางทางกบฐใคร กลายเป็นคนยินยอมรับใช้เงินและเปลี่ยนไป กลายเป็นคนน่าอายที่เคยวิจารณ์  มองตัวเองวันนี้เรามีหัวใจที่เปราะบาง วันในความทรงจำเคยร้าวรานและภูมิใจ ลืมตัวเองแล้วเอย ธาตุแท้เป็นอย่างไร ลืมตัวเองเป็นใครทั้งจิตวิญญาณ หมดวันและคืนที่เคยเชื่อมั่นในใจ เดินบนทางที่ใครเขาให้มา และไม่มีวันนั้น ไม่มีความศรัทธา ยินยอมให้เงินพูดจาขายตัวเอง ใครบางคนในตัวเองไม่ยอมกลับมา กางเกงยีนส์ตัวเดิมไม่มีความหมาย"

ผมชอบที่เพลงนี้มันตอกย้ำบางอย่างให้กับผมว่า แม้กระแสต่างๆที่ถาโถมเข้ามา แต่ถ้าเรายังหยัดยืนอยู่ได้ ความหมายในตัวเราก็จักมีอยู่ต่อไป
นอกจากนี้อัลบั้มนี้ก็ยังมีเพลงกาลที่ให้แง่คิดในเรื่องสัจธรรมของชีวิต ไม่มีใครอยู่คำ้ฟ้า คลื่อนลูกเก่าไป คลื่นลูกใหม่มา เหมือนเนื้อเพลงนี้ที่เปรียบเทียบการแข่งขันตกปลาของพรานปลารุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของพรานรุ่นเก่าที่ทะนงว่าตัวเองแน่ ทุกอย่างไม่มีอะไรคงคู่กาล เหมือนในเพลงนี้

อัลบั้มชุดที่สองของเอ้
เอ้กับมาโนต
 อัลบั้มชุดนี้หาฟังยากครับ เพราะค่ายไมล์สโตนก็ปิดตัวลงแล้ว เหลือแต่ความทรงจำของเพลงของเอ้ที่ฝากให้พวกเรานึกถึงเขา ตอนนี้เขาไปทำอะไรอยู่ท่ไหนนะ ผมอยากรู้จัง หรือสิ่งที่เขาบอกไว้ในเพลงกาลก็คือสัจธรรมถึงข้อนี้ในกระแสธุรกิจเพลงบ้านเรา

2 ความคิดเห็น:

  1. https://www.facebook.com/profile.php?id=1595167253

    นี่เฟสพี่รงค์นะครับ

    ตอบลบ
  2. ติดต่อ พี่เอ้ รงค์ สุภารัตน์ ได้ที่ fb:Bovie Dn ครับ

    ตอบลบ